
‘พยุงศักดิ์’เชื่อสมาชิกส.อ.ท.ไม่แตกคอ
ประธาน ส.อ.ท. ยันไม่มีความขัดแย้งภายใน พร้อมลุยค่าแรง 300 บาท เร่งระดมความเห็นบรรเทาผลกระทบ
ประธาน ส.อ.ท. ยันไม่มีความขัดแย้งภายใน พร้อมลุยค่าแรง 300 บาท เร่งระดมความเห็นบรรเทาผลกระทบ
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การทำงานภายใน ส.อ.ท. ขณะนี้ไม่ได้มีปัญหา เข้าใจว่าทุกฝ่ายต้องการทำงานเพื่อผู้ประกอบการ มีวัตถุประสงค์เดียวกัน แต่อาจมีวิธีการที่แตกต่างกันออกไปทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน
อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานของ ส.อ.ท. ยังคงเป็นไปตามขั้นตอน โดยจะต้องประชุมสายงาน และนำมาผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหาร หากโครงการไหนมีประโยชน์ต่อสมาชิกก็พร้อมที่จะผลักดันอย่างเต็มที่ ซึ่งจากนี้จะต้องชี้แจงข้อมูลการทำงานของ ส.อ.ท. เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน และช่วยกันทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม
สำหรับปัญหาการขึ้นค่าแรง 300 บาท ส.อ.ท. จะจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ (เวิร์กช็อป) ในวันที่ 20 พ.ย. 2555 เพื่อระดมความเห็นจากทุกภาคส่วน ทุกกลุ่มอุตสาหกรรม รวมถึงอุตสาหกรรมในต่างจังหวัด ให้แนวทางการทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกันและมีเอกภาพ เชื่อว่าทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบจะมาร่วมกันเสนอแนะอย่างเต็มที่
“เมื่อประธานลงมาทำเรื่องนี้ ก็เชื่อว่าทุกฝ่ายจะมาเข้าร่วมกันทำงาน เราคงไม่ให้ ส.อ.ท. เกิดภาพลักษณ์ที่เสียหาย กรรมการและสมาชิกคงต้องตระหนักเรื่องนี้มากๆ เพราะเราเป็นองค์กรที่เข้มแข็งและมีศักยภาพ ทำงานเพื่อส่วนรวม” นายพยุงศักดิ์ กล่าว
ขณะที่แผนการระดมความคิดเห็นเพื่อบรรเทาผลกระทบค่าแรง 300 บาท ของ ส.อ.ท. เชื่อว่าจะมีข้อมูลหลากหลายและเป็นเชิงลึก เพราะเป็นผลจากผู้ประกอบการโดยตรง และจะไม่ทำงานซ้ำซ้อนกับการกลั่นกรองมาตรการเยียวยา 27 ข้อ ของกระทรวงแรงงาน เพื่อให้เกิดความสมดุลกับทุกฝ่ายทั้งนายจ้าง และลูกจ้าง
กรณีการถอดวาระผลกระทบค่าแรง 300 บาท ออกจากที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานีนั้น ที่ประชุมเห็นว่าเป็นการประชุมระดับภูมิภาค ไม่ใช่เวทีหารือเรื่องระดับชาติ จึงมีมติร่วมกันให้ถอดเรื่องดังกล่าวออก ไม่ได้ต้องการถอดออกโดยส่วนตัวและคงไม่สามารถถอดวาระออกเองได้ เนื่องจากเป็นมติที่ประชุม รวมทั้งการที่ให้ส.อ.ท. ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีก็ดำเนินการไปแล้ว
สำหรับการขึ้นค่าแรง 300 บาท การปรับตัวต้องใช้เวลา เพราะขณะนี้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ประกอบกับเศรษฐกิจโลกอยู่ในภาวะซบเซา ผู้ประกอบการจึงได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรง แต่ผลกระทบก็จะแตกต่างกันไปตามประเภทอุตสาหกรรม ขนาด และพื้นที่ที่ตั้งอยู่ จึงควรต้องมีมาตรการระยะสั้น เพื่อบรรเทาผลกระทบให้ผู้ประกอบการในเบื้อต้น แล้วตามด้วยมาตรการระยะกลาง และยาว เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถยืนอยู่ได้อย่างยั่งยืน







