posttoday
น้ำทับทิมของซองซาดิค

น้ำทับทิมของซองซาดิค

12 พฤศจิกายน 2555

หากพูดถึงกรุงคาบูล ประเทศอัฟกานิสถาน หลายคนอาจจะมองว่าเป็นประเทศที่เศรษฐกิจไม่น่าจะดีนัก เพราะอัฟกานิสถานยังเป็นประเทศที่อยู่ในภาวะไม่ค่อยสงบ และเกิดความเสียหายไปทุกหย่อมหญ้าจากการรบรากัน อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบธุรกิจหลายคนก็ไม่ยอมท้อถอย แม้บรรดาเศรษฐีอีกหลายคนจะชิงหนีออกนอกประเทศ แต่คนที่อยู่สู้ต่อก็ยังเดินหน้า แถมไปได้สวยเสียด้วย

หากพูดถึงกรุงคาบูล ประเทศอัฟกานิสถาน หลายคนอาจจะมองว่าเป็นประเทศที่เศรษฐกิจไม่น่าจะดีนัก เพราะอัฟกานิสถานยังเป็นประเทศที่อยู่ในภาวะไม่ค่อยสงบ และเกิดความเสียหายไปทุกหย่อมหญ้าจากการรบรากัน อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบธุรกิจหลายคนก็ไม่ยอมท้อถอย แม้บรรดาเศรษฐีอีกหลายคนจะชิงหนีออกนอกประเทศ แต่คนที่อยู่สู้ต่อก็ยังเดินหน้า แถมไปได้สวยเสียด้วย

หนึ่งในบรรดานักธุรกิจจอมอึดคือ มุสตาฟา ซาดิค ผู้ผลิต “น้ำทับทิม” เพื่อจำหน่ายให้ผู้บริโภคที่เน้นกลุ่มผู้ใส่ใจสุขภาพเป็นหลัก ตอนนี้ซาดิคยังทำกิจการของเขาไปได้ด้วยดี โดยมีลูกค้าสำคัญอยู่ในหลากหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นยุโรปหรือเอเชีย โดยเฉพาะแดนอาทิตย์อุทัยที่เกิดความโชคดีในความโชคร้าย นั่น คือคนญี่ปุ่นเกิดฮิตนิยมบริโภคน้ำทับทิมกันมากขึ้น เพราะมีความเชื่อเรื่องการมีสารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้เกิดกระแสกันว่าอาจช่วยลดภาวะความเสี่ยงการเกิดมะเร็งได้ ซึ่งกระแสนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นหลังจากเกิดปัญหาโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ฟูกุชิมา และทำให้คนญี่ปุ่นปริวิตกกันมาก ผลผลิตของซาดิคก็เลยพลอยได้อานิสงฆ์

ซาดิคมีบริษัทของตัวเอง คือ Omaid Bahar ซึ่งมีความหมายถึงความหวังแห่งฤดูใบไม้ผลิ

บริษัทอันเป็นความหวังนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อน ด้วยเงินลงทุนประมาณ 30 ล้านเหรียญ และซาดิคก็มีความตั้งใจที่จะพัฒนากิจการให้เติบโตสู่ระดับการเป็นกิจการร้อยล้านเหรียญในอนาคต

ปัจจุบันบริษัทว่าจ้างคนงานเกือบ 1,000 คนในการผลิตน้ำทับทิม ซึ่งได้รับการอวดอ้างว่าผลทับทิมที่เติบโตขึ้นในอัฟกานิสถานเป็นผลทับทิมคุณภาพสูงเป็นที่ต้องการของตลาด เนื่องจากสภาพภูมิอากาศที่นี่แม้จะดูเหมือนแห้งแล้ง แต่ก็เหมาะสมดีกับการเจริญเติบโตของทับทิม ผลไม้ที่มีค่าดุจอัญมณีสมดังชื่อ

บริษัทรับผลทับทิมจากเกษตรกรปีละประมาณ 4 หมื่นตัน เพื่อนำมาผลิตเป็นน้ำทับทิมเข้มข้นส่งออก และในอนาคตก็กำลังมีแผนการที่จะขยายตลาดออกไปสู่ประเทศใหม่ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ที่กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาซื้อขาย และนั่นก็น่าจะทำให้กิจการของซาดิคเดิบโตไปเป็นบริษัทระดับร้อยล้านได้จริงๆ ในอนาคตอันใกล้นี้

น้ำทับทิมของซองซาดิค

 

นอกจากการส่งออก ตลาดในประเทศก็ไม่ใช่ตลาดที่บริษัทจะละเลย ที่ผ่านมาได้มีการขายในประเทศอยู่แล้ว แต่กำลังมีการเจรจาเพื่อขายสินค้าล็อตใหญ่ให้กับหน่วยงานมั่นคงทางการทหารเพื่อที่จะส่งน้ำผลไม้ให้กองกำลังนานาชาติ ที่ตอนนี้มีทหารประจำการอยู่มากกว่า 3.5 แสนนายในอัฟกานิสถาน เรียกว่าถ้าเจาะตลาดนี้ได้ก็คงทำให้บริษัทกลายเป็นระดับบิ๊กไปอีก และไม่เพียงจะผลิตน้ำทับทิมเข้มข้นเท่านั้น บริษัทยังมีแผนการที่จะลงทุนในการผลิตโยเกิร์ต นมรสผลไม้ แยม และเจลลีอีกด้วย เรียกว่าจะทำให้ครบวงจรเลยทีเดียวเชียว

ตอนนี้บริษัทกำลังดำเนินการโครงการนำร่องในการร่วมมือกับเกษตรกรเพื่อที่จะเพิ่มผลผลิตผลทับทิม โดยจะนำระบบน้ำหยดเข้ามาใช้ รวมกับการใช้เครื่องจักรทางการเกษตรเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต และการเก็บเกี่ยวด้วย

นอกจากการทุ่มเทลงแรงลงเงินไปกับการส่งเสริมการปลูกผลทับทิมแล้ว เพื่อให้เป็นไปตามแผนการขยายกิจการของบริษัทก็ยังมีแผนที่จะนำเข้าแม่วัวมาทำปศุสัตว์เพื่อผลิตนมของตัวเองและลดการพึ่งพาการนำเข้านม ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในระยะใกล้นี้

ปัจจุบันนี้ Omaid Bahar มีโกดังสินค้ากระจายอยู่ทั่วประเทศ 12 แห่ง และกำลังมีแผนการที่จะเพิ่มให้เป็น 34 แห่งในปีหน้า เพื่อให้ครอบคลุมการให้บริการได้มากขึ้น และน่าจะทำให้เราได้เห็นสินค้าใหม่ๆ ออกสู่หลายประเทศในไม่ช้าด้วย

ซาดิค กล่าวว่า ปัจจุบันกิจการของ Omaid Bahar เป็นกิจการที่ทำกำไรได้สวยงาม แต่ก็หวังว่าจะสามารถทำกำไรได้มากกว่านี้ไปอีก โดยซาดิคมีความตั้งใจที่จะเป็นผู้ผลิตสินค้าต่างๆ หลากหลายเพื่อทดแทนการนำเข้า

สำหรับภาวะเศรษฐกิจของอัฟกานิสถานนั้น สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ธนาคารโลกได้ประเมินว่าเศรษฐกิจของประเทศนี้มีอัตราการเติบโตสูงถึง 8.4% ในช่วงปี ค.ศ. 20102011 เนื่องจากมีการระดมเงินช่วยเหลือมาจากนานาประเทศ แถมยังมีกองทหารต่างๆ เข้ามาประจำการจำนวนมากด้วย แต่อัตราการเติบโตนี้ก็อาจจะลดลงได้ถึงครึ่งหนึ่งหากมีการถอนทหารนานาชาติออกไป โดยคาดว่าการถอนทหารนี้จะเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2014 หลังจากนั้นประเทศก็จะต้องพึ่งพาภาวะเศรษฐกิจอันแท้จริงของตัวเอง ซึ่งคนที่เดินหน้ามาก่อนอย่างซาดิคน่าจะได้เปรียบมากกว่าคนที่หนีออกไปในภาวะสงคราม หากจะกลับมาอีกหนก็น่าจะเริ่มต้นใหม่ได้ไม่ง่ายนัก

ตัวอย่างของซาดิคเป็นตัวอย่างที่ดีของนักธุรกิจผู้ไม่ย่อท้อ แม้ประเทศจะมีภาวะสงครามหรือความรุนแรง และเขาก็ไม่ได้หากินด้วยการค้าสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงนั้น แม้ว่าหลายคนจะรวยจากการค้าอาวุธยุทโธปกรณ์ แต่ซาดิคก็เลือกที่จะทำธุรกิจธรรมดากับน้ำผลไม้ที่ไปได้สวย บนความเชื่อมั่นในการเติบโตของประเทศ ที่แม้จะมีภาวะสะดุด แต่หากผู้ประกอบการยังแกร่งก็จะทำให้อะไรต่อมิอะไรเดินหน้าไปได้

แม้ยามสงครามหรือความไม่สงบหากใจมั่นพอการค้าก็ยังจะเดินต่อของมันเอง เพราะทุกคนต้องกินต้องใช้ การหนีจากไปจึงไม่ใช่คำตอบในระยะยาว แต่การปักหลักสู้เพื่อเดินหน้าจะทำให้ซาดิคประสบความสำเร็จได้อย่างที่เห็นและเป็นอยู่

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล