
Fiscal Cliff ปัญหาที่น่าปวดหัว
ในสัปดาห์นี้ ทางสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทยคาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 30.60-30.90 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นกรอบเช่นเดียวกับในสัปดาห์ก่อนหน้า โดยคาดว่าช่วงนี้ตลาดยังรอความชัดเจนจาก 2 ประเด็นหลักด้วยกัน ได้แก่ เรื่องการแก้ไขปัญหาหน้าผาการคลัง (Fiscal Cliff) ของรัฐบาลสหรัฐ (ปัญหา Fiscal Cliff หมายถึง การลดรายจ่ายรัฐบาลขนาดใหญ่ และการปรับขึ้นอัตราภาษี หลังจากที่มาตรการทางภาษีที่เคยผ่อนคลายไว้ในช่วงก่อนหน้าจะหมดอายุลงในปลายปี 2555 หากไม่มีการต่อเวลาออกไป โดยขนาดของปัญหาจะมีมูลค่าถึงประมาณ 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และอาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย โดย GDP อาจหดตัวมากถึงร้อยละ 0.5 ตามการคาดการณ์ของสำนักงบประมาณสหรัฐ) สำหรับประเด็นต่อมาที่ตลาดให้ความสนใจ คือ เรื่องการอนุมัติเงินช่วยเหลือแก่ประเทศกรีซ ที่น่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือน พ.ย. อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ (12 ต.ค.) ผู้นำยูโรโซนจะมีการประชุมเพื่อหารือเรื่องนี้ และเราอาจจะได้เห็นรายงานเบื้องต้นจากเจ้าหนี้ต่างประเทศ (Troika) ในการประชุมครั้งนี้ด้วย หลังจากที่ตลาดตั้งตารอมาเป็นเวลานาน
ในสัปดาห์นี้ ทางสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทยคาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 30.60-30.90 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นกรอบเช่นเดียวกับในสัปดาห์ก่อนหน้า โดยคาดว่าช่วงนี้ตลาดยังรอความชัดเจนจาก 2 ประเด็นหลักด้วยกัน ได้แก่ เรื่องการแก้ไขปัญหาหน้าผาการคลัง (Fiscal Cliff) ของรัฐบาลสหรัฐ (ปัญหา Fiscal Cliff หมายถึง การลดรายจ่ายรัฐบาลขนาดใหญ่ และการปรับขึ้นอัตราภาษี หลังจากที่มาตรการทางภาษีที่เคยผ่อนคลายไว้ในช่วงก่อนหน้าจะหมดอายุลงในปลายปี 2555 หากไม่มีการต่อเวลาออกไป โดยขนาดของปัญหาจะมีมูลค่าถึงประมาณ 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และอาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย โดย GDP อาจหดตัวมากถึงร้อยละ 0.5 ตามการคาดการณ์ของสำนักงบประมาณสหรัฐ) สำหรับประเด็นต่อมาที่ตลาดให้ความสนใจ คือ เรื่องการอนุมัติเงินช่วยเหลือแก่ประเทศกรีซ ที่น่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือน พ.ย. อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ (12 ต.ค.) ผู้นำยูโรโซนจะมีการประชุมเพื่อหารือเรื่องนี้ และเราอาจจะได้เห็นรายงานเบื้องต้นจากเจ้าหนี้ต่างประเทศ (Troika) ในการประชุมครั้งนี้ด้วย หลังจากที่ตลาดตั้งตารอมาเป็นเวลานาน
ในสัปดาห์นี้ ยังมีปัจจัยและข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าจับตามอง ได้แก่ ตัวเลข GDP สำหรับไตรมาส 3 ของหลายประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เยอรมนี และฝรั่งเศส ตัวเลขปริมาณเงิน (ซึ่งเป็นตัวชี้วัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ) และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศของจีน ผลผลิตด้านอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น การสำรวจภาวะธุรกิจเยอรมนีจากสถาบัน ZEW ตัวเลขการขอเข้ารับสวัสดิการการว่างงานครั้งแรกจากสหรัฐ ที่ประกาศออกมาทุกวันพฤหัสบดี และบันทึกการประชุมของเฟดในการประชุมตั้งแต่เมื่อวันที่ 23-24 ต.ค.
ค่าเงินบาทในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทเปิดตลาดค่อนข้างอ่อนค่าที่ระดับ 30.76 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และเคลื่อนไหวในกรอบ 30.61-30.83 บาทต่อเหรียญสหรัฐในระหว่างสัปดาห์ ตลาดตั้งตาคอยการมาถึงของการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ วันที่ 6 พ.ย. โดยหลังจากที่นายโอบามาชนะผลคะแนนนิยมในรัฐโอไฮโอ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงชัยชนะของเขาและการกลับมาเป็นประธานาธิบดีในสมัยที่ 2 ทำให้ชนชั้นกลางชาวอเมริกันดีใจกันยกใหญ่ ขณะที่นักลงทุนกลับมองไปถึงภาวะเศรษฐกิจในระยะต่อไป โดยบวกเอาปัญหา Fiscal Cliff เข้าไว้ด้วย ทำให้ตลาดเงินและตลาดหุ้นทั่วโลกต่างพากันตื่นตระหนก และปรับตัวร่วงลงมาก ดัชนีดาวโจนส์ปรับลดลงไปสู่ระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือน ก.ค. ในการปิดตลาดวันพฤหัสบดี และทำให้นักลงทุนกลับเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้ง และยังหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้น สำหรับค่าเงินบาทปรับอ่อนค่าลงหลังจากการประกาศผลการเลือกตั้ง แต่เป็นไปในทิศทางเดียวกับสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค ในช่วงปลายสัปดาห์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาระบุว่าเห็นสัญญาณการไหลเข้าของเงินทุนอย่างต่อเนื่องจากมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน แต่แรงกดดันต่อเงินบาทยังอยู่ในระดับต่ำ ไม่เหมือนกับในปี 2552 และ 2553 ที่เห็นเงินทุนไหลเข้าจำนวนมาก หนึ่งในเหตุผลของความกดดันที่ลดลง คือ การที่อัตราผลตอบแทนของไทยอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ทำให้ยังไม่เป็นที่น่าสนใจของนักลงทุนมากนัก โดย ณ วันศุกร์ ดอลลาร์/บาท ปรับแข็งค่าจากต้นสัปดาห์อยู่ที่ระดับ 30.63 (เวลาประมาณ 17.30 น.)
ค่าเงินยูโร เปิดตลาดที่ระดับ 1.2811 โดยในสัปดาห์นี้เงินยูโรเคลื่อนไหวค่อนข้างผันผวน จากปัจจัยความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเรื่องการพิจารณามาตรการรัดเข็มขัดรอบใหม่ของกรีซ ซึ่งรวมถึงการปฏิรูประบบบำเหน็จบำนาญและการปรับเพิ่มอายุเกษียณจาก 65 ปี เป็น 67 ปี ด้วย โดยแผนนี้น่าจะสามารถช่วยรัฐบาลกรีซลดการใช้จ่ายประมาณ 1.35 หมื่นล้านยูโร และทำให้กรีซสามารถได้รับเงินช่วยเหลือก้อนใหม่จากเจ้าหนี้ต่างประเทศ Troika โดยเงินก้อนนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อกรีซ เนื่องจากช่วยหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้จากตั๋วเงินคลังที่จะครบกำหนดในวันที่ 16 พ.ย.นี้ได้ โดยในการพิจารณาอนุมัติจากสภาผู้แทนฯของกรีซ ได้มีมติผ่านมาตรการด้วยเสียงข้างมากแบบฉิวเฉียด แม้ว่าประชาชนจากหลายภาคส่วนจะออกมาชุมนุมประท้วงแสดงความไม่พอใจอย่างต่อเนื่องถึงสองวัน ทั้งนี้ ค่าเงินยูโรยังได้รับผลกระทบจากการที่นักลงทุนหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากปัญหาหน้าผาการคลัง และเข้าซื้อเงินดอลลาร์ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย และหากเมื่อดูจากปัจจัยด้านเทคนิค ดัชนีดอลลาร์ (ค่าเงินดอลลาร์โดยเฉลี่ยเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก) ดีดตัวขึ้นไปสูงกว่าระดับค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน ซึ่งส่งสัญญาณว่าค่าเงินดอลลาร์อาจจะสามารถทรงตัวในระดับที่ค่อนข้างแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ ไปอีกสักพักใหญ่ๆ
ทั้งนี้ เราคาดว่าจุดเปลี่ยนของแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์น่าจะมาจากการสรุปมาตรการแก้ปัญหาหน้าผาการคลังของสหรัฐ ซึ่งหลายฝ่ายเกรงว่าอาจจะต้องรอจนวินาทีสุดท้ายหรือช่วงก่อนปีใหม่
สำหรับภาวะเศรษฐกิจของยูโรโซนล่าสุด ข้อมูลยังดูอ่อนแอ โดยยอดการค้าปลีกในเดือน ก.ย. ที่ลดลง 0.2% และการส่งออกของเยอรมนียังคงหดตัว 2.5% จากเดือนก่อนหน้า สอดคล้องกับคำเตือนของประธานอีซีบี นายมาริโอ ดรากี ว่าเศรษฐกิจยังมีแนวโน้มอ่อนแอต่อไป อย่างไรก็ดี อีซีบี (รวมถึงธนาคารกลางอังกฤษด้วย) ได้ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายและหลีกเลี่ยงการประกาศมาตรการการเงินใหม่ๆ เนื่องจากต้องการรอดูสถานการณ์เศรษฐกิจไปอีกระยะ ในระหว่างสัปดาห์ เงินยูโรปรับร่วงลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ที่ 1.2716 แต่ดีดตัวกลับขึ้นมาเล็กน้อยในภายหลัง โดย ณ วันศุกร์ ยูโร/ดอลลาร์ อยู่ที่ระดับ 1.2744 (เวลาประมาณ 17.30 น.)
ค่าเงินเยน เปิดตลาดในระดับค่อนข้างอ่อนค่าที่ 80.27 จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่อ่อนแอต่อเนื่อง ในสัปดาห์นี้ ไม่มีปัจจัยใหม่ๆ จากญี่ปุ่นมากำหนดทิศทางค่าเงินเยน อย่างไรก็ตาม เงินเยนได้รับแรงหนุนจากผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ที่สร้างความกังวลให้นักลงทุนถึงความเป็นไปได้ของภาวะเศรษฐกิจถดถอยในอนาคต หากไม่มีแนวทางจัดการกับปัญหาหน้าผาทางการคลังที่ชัดเจน และทำให้นักลงทุนหันมาถือสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างเงินเยน ส่งผลให้เงินเยนปรับแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง และไปอยู่ในระดับที่ใกล้กับค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน ที่ระดับ 79.66 โดย ณ วันศุกร์ ดอลลาร์/เยน แข็งค่าขึ้นที่ระดับ 79.35 (เวลาประมาณ 17.30 น.)







