
รีดภาษี'โปะประชานิยม'
ผลพวงโครงการประชานิยมของรัฐบาลเริ่มออกฤทธิ์แล้ว เมื่อตัวเลขการจัดเก็บรายได้เดือนแรกของปีงบประมาณ 2556 ต.ค.ที่ผ่านมา
ผลพวงโครงการประชานิยมของรัฐบาลเริ่มออกฤทธิ์แล้ว เมื่อตัวเลขการจัดเก็บรายได้เดือนแรกของปีงบประมาณ 2556 ต.ค.ที่ผ่านมา
ไม่ดีอย่างที่คาด ทำให้นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง ต้องกำชับกรมภาษีทั้งหลายจัดเก็บภาษีอย่างเข้มข้นขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากปีนี้นโยบายประชานิยมของรัฐบาลจะเริ่มส่งผลอย่างชัดเจน อาทิ โครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรกไม่เกิน 1 แสนบาท รวมถึงแผนการกู้เงินต่างๆ ของรัฐบาล โดยเฉพาะการกู้ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กู้เงิน เพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน วงเงิน 2 ล้านล้านบาท
อย่างไรก็ตาม อีกด้านหนึ่งก็มีเสียงเตือนมาจากศูนย์วิจัยอัตราดอกเบี้ยตลาดเอเชีย ธนาคารเอชเอสบีซี ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ว่า จากมาตรการดำเนินนโยบายผ่อนปรนเชิงปริมาณ หรือคิวอี รอบที่ 3 ของสหรัฐ จะส่งผลเงินทะลักไทย มาเลเซีย เกาหลีใต้ เนื่องจากมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่มั่นคง และยังไม่มีนโยบายควบคุมเงินทุนไหลเข้าออกมา และวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้มียุโรปมาเกี่ยวข้องด้วย
ขณะเดียวกันก็คาดว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะหั่นดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% ภายในเดือนนี้หรือภายในต้นปีหน้า เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและลดความร้อนแรงของภาวะเงินทุนไหลเข้า ก่อนจะทรงตัวและปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงกลางปีหน้าเมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ซึ่งจะทำให้มีแรงกดดันจากเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น
ด้านนายณรงค์ชัย อัครเศรณี กรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า ธปท.ขณะนี้มีเงินไหลเข้าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จึงยังไม่น่าเป็นห่วง ขณะที่พันธบัตรไทยให้ผลตอบแทนน้อยมาก ไม่จูงใจเงินไหลเข้า และยืนยันว่าสถานการณ์หนี้ประเทศขณะนี้ไม่น่าห่วง เพราะโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ยังลงทุนในยอดเดิม
มาดูฐานะการเงินธนาคารของรัฐกันบ้าง เมื่อกระทรวงการคลังเตรียมจะเสนอการเพิ่มทุนเรือนหุ้นของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จำนวน 1 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันที่มีทุนจดทะเบียน 5 หมื่นล้านบาท เป็น 6 หมื่นล้านบาท ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบ เพื่อใช้ในการขยายสินเชื่อของธนาคาร เนื่องจากทุนเรือนหุ้นที่มีอยู่ในปัจจุบันถูกใช้ในการขยายสินเชื่อจนใกล้เต็มเพดาน 5 หมื่นล้านบาทแล้ว
นอกจากนี้ คลังยังอยู่ระหว่างการพิจารณาเพิ่มทุนให้กับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) อีกกว่า 1,000 ล้านบาท จากที่ก่อนหน้านี้ที่ ครม.มีมติเห็นชอบให้เพิ่มทุนไปแล้วประมาณ 400 ล้านบาท และยังเสนอให้รัฐบาลพิจารณาเพิ่มทุนให้กับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) อีกจำนวนหนึ่ง จาก
ที่ปีที่ผ่านมาได้เพิ่มทุนไปแล้ว 600 ล้านบาท จากที่ธนาคารได้ขอเพิ่มทุนมาเป็นจำนวนหลายพันล้านบาท
มาถึงข่าวดีกันบ้าง เมื่อล่าสุดที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาโครงการบ้านหลังแรกดอกเบี้ย 0% นาน 3 ปี สำหรับบ้านราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ออกไปอีก 6 เดือน โดยให้สิ้นสุดยื่นคำขอกู้เงินวันที่ 28 มี.ค. 2556 และผู้กู้ต้องทำนิติกรรมกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ภายในวันที่ 29 มิ.ย. 2556
ปิดท้ายกับความคืบหน้าโครงการทวายที่มีมูลค่านับแสนล้านบาทในประเทศพม่า เมื่อทางรัฐบาลไทยและพม่าจะประกาศความชัดเจนถึงการพัฒนาพื้นที่ทวาย ในการประชุมอาเซียนซัมมิตที่ประเทศกัมพูชา ในวันที่ 20 พ.ย.นี้ เพื่อชี้แจงให้สมาชิกอาเซียนรับทราบ โดยรัฐบาลไทยจะทำหน้าที่ผลักดันและเป็นผู้นำในการพัฒนาพื้นที่ รวมทั้งเชื่อมโยงภายในอาเซียน นอกจากนี้ รัฐบาลไทยกำลังพิจารณาตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจ (เอสพีวี) เข้ามาดูเรื่องการลงทุนในทวายโดยเฉพาะ
&<2288;







