
อีก 2 เดือนบ้านยังไม่ขึ้นราคา
ผู้ประกอกบารยอมขาดทุนกำไร ตรึงราคาบ้าน หวังโกยยอดขายหลังรัฐขยายมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาฯ ชดเชย
ผู้ประกอกบารยอมขาดทุนกำไร ตรึงราคาบ้าน หวังโกยยอดขายหลังรัฐขยายมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาฯ ชดเชย
ค่อนข้างจะเซอร์ไพร์สเล็กๆ กับการขยายเวลามาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังจะหมดอายุในวันที่ 28 มี.ค.นี้ออกไปอีก 2 เดือน ไปหมดวาระในวันที่ 31 พ.ค. แม้ว่าก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีคลัง กรณ์ จาติกวณิช จะยืนยันว่าจะไม่ต่ออายุให้อีกก็ตาม แต่สุดท้ายก็ยอมอ่อนให้ตามคำขอร้องของสมาคมธนาคารไทย และ สมาคมอสังหาริมทรัพย์ เพื่อลดความตึงเครียดในการปล่อยกู้ และโอนบ้านของประชาชนที่มีทีท่าว่าจะโอนบ้านไม่ทันตามเวลาที่กำหนดอยู่เป็นจำนวนมาก
แต่การขยายเวลาให้ครั้งนี้กระทรวงคลังได้มีการปรับเงื่อนไขเล็กน้อย โดยการยกเรื่องการลดภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% เหลือ 0.11% ออกจากแพ็กเกจ เพราะเห็นว่าผู้ประกอบการนั้นมีความแข็งแกร่งขึ้นพอสมควรแล้ว จึงเหลือเฉพาะ การลดค่าธรรมเนียมโอนจาก 2% เหลือ 0.01% และการลดค่าจดจำนอง 1% เหลือ 0.01% ให้กับผู้บริโภคและให้กรมที่ดิน เปลี่ยนเวลาการทำการจากเดิมที่ขอทำการในวันเสาร์อาทิตย์ที่ 2728 มี.ค. มาเป็นวันที่ 2930 พ.ค. ซึ่งเป็นเสาร์อาทิตย์สุดท้ายของมาตรการตามที่ได้ขยายให้
ส่งผลให้สิทธิ์ของผู้ประกอบการตามมาตรการเดิมที่ยังได้ลดภาษีธุรกิจเฉพาะจาก 3.3% เหลือ 0.11% จะสิ้นสุดลงในวันที่ 26 มี.ค. หรืออีก 2 วันที่จะถึงนี้ จึงเกิดเสียงบ่นแบบดังๆ จากผู้ประกอบการในทำนอง ปรารถดี แต่ประสงค์ร้ายออกมาให้ได้ยิน เพราะในเวลาอีก 2 วัน นี้ เริ่มเห็นการใส่เกียร์ว่างจากธนาคารที่ลดสปีดการทำงานลง โดยเฉพาะในกรณีที่ลูกค้าติดขัดเรื่องเอกสารก็ไม่จำเป็นต้องเร่งติดตามให้ทันวันที่ 26 มี.ค. หรือแม้แต่ผู้ซื้อก็ไม่ต้องเร่งรีบโอนตามกำหนดเดิมเช่นกัน
ภาระหนักจึงตกอยู่กับผู้ประกอบการที่ต้องพยายามเร่งโอนบ้านที่ตกลงซื้อขายกันไปแล้วตามเงื่อนไขของต้นทุนเดิมให้ได้มากที่สุด เพราะหากมีการตกขบวนโอนได้ไม่ทันวันที่ 26 มี.ค.นี้ เท่าไหร่ ก็ยิ่งขาดทุนกำไรมากขึ้นเท่านั้น เท่านั้นยังไม่พอภาวะที่ต้องเร่งรีบทำให้ค่าใช้จ่ายในการหยอดน้ำมันให้กระบวนการโอนรื่นไหลได้ตามเป้าหมายก็ย่อมที่มากขึ้นตามไปด้วย การยืดมาตรการออกไปอีก 2 เดือน โดยไม่ต่อเรื่องการลดภาษีธุรกิจเฉพาะให้ผู้ประกอบการเดือดร้อนอยู่บ้างไม่มากก็น้อยในระยะสั้นๆ
ส่วนในระยะยาวกว่านั้นคืออีก 2 เดือนที่รัฐบาลมอบให้แม้ว่าสิทธิ์ของผู้ประกอบการจะลดลง แต่หากสามารถขายได้เพิ่มขึ้นมากกว่าสภาวะปกติที่ประเมินกันไว้ว่า หากไม่มีการต่อมาตรการออกไปยอดขายบ้านในไตรมาสที่ 2 จะตกลง แต่เมื่อขยายเวลาให้อีก 2 เดือน โอกาสในการขายโดยมีมาตรการทางฝั่งผู้ซื้อเป็นตัวกระตุ้นก็น่าจะทำให้ยอดขายดีขึ้นกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้า
เรื่องนี้ผู้ประกอบการใน 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ได้ประเมินกันไว้ว่า ยอดขายในเดือนเม.ย. และพ.ค. น่าจะเพิ่มขึ้นจากสภาวการณ์ปกติ ถึง 40% หรือน่าจะมีการซื้อขาย และโอนในช่วง 2 เดือนนี้อีก 2.5 หมื่นหน่วย
ส่วนเรื่องที่เป็นห่วงกันว่า เมื่อสิ้นมาตรการแล้วจะมีการปรับราคาบ้านขึ้นไปอีกนั้น ในกรณีที่รัฐบาลได้ขยายมาตรการให้ 2 เดือน แต่ไม่ต่อภาษีธุรกิจเฉพาะให้นั้นทำให้ต้นทุนฝั่งผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นทันที 3% กว่าๆ ภาระที่เพิ่มขึ้นผู้ประกอบการต้องชั่งใจว่าจะโยนไปให้ผู้บริโภครับภาระ โดยการขึ้นราคา หรือจะแบกเอาไว้ในช่วง 2 เดือนนี้ เพื่อสร้างโอกาสในการขายให้ได้มากที่สุด ซึ่งอย่างหลังน่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า แม้ว่าจะขาดทุนกำไรอยู่บ้างก็ตาม แต่ก็ดีกว่าขายไม่ได้เลย เพราะอย่าลืมว่ายังมีสต๊อกบ้านต้นทุนเดิมหรืออยู่อีกส่วนหนึ่งเป็นตัวกดดันอยู่ก็ตาม
ขณะที่สต๊อกบ้านพร้อมขายอาจจะร่อยหรอไปอยู่พอสมควรจากการที่เร่งขาย เร่งโอนกันในมาตรการก๊อกแรกที่จะหมดอายุใน 26 มี.ค.นี้ แต่ก็ยังมีเหลือพอให้ซื้อหากันอยู่บ้าง แต่ผู้ซื้อก็ต้องยอมรับกับตัวเลือกที่ลดน้อยลง ดังนั้นการขยายเวลามาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์อีก 2 เดือนครั้งนี้ แม้ในระยะสั้นจะได้รับผลกระทบจากการโอนที่อาจจะไม่ได้ตามที่หวังบ้าง ขาดทุนกำไรอยู่บ้าง แต่มองในมุมบวกก็ถือว่า ได้คุ้มกว่าที่เสียแน่นอน







