
เครื่องหนังไทยสู้เออีซี มาร์เวลบุกนอกปีหน้า
แบรนด์เครื่องหนังไทยปรับรับเออีซี มาร์เวลเล็งลุยนอกปั้นรายได้พุ่ง 400 ล้าน ปี 2558
แบรนด์เครื่องหนังไทยปรับรับเออีซี มาร์เวลเล็งลุยนอกปั้นรายได้พุ่ง 400 ล้าน ปี 2558
นายนิวัฒน์ กิระนันทวัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท ท้อปเท็นเทรดดิ้ง กรุ๊ป เปิดเผยว่า จากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ปี 2558 จะส่งผลให้การแข่งขันในอุตสาหกรรมเครื่องหนังในประเทศไทยรุนแรงขึ้น ทั้งจากผู้ประกอบการไทยและผู้ประกอบการเครื่องหนังจากต่างประเทศ อาทิ จีน ยุโรป และสหรัฐ
ทั้งนี้ บริษัทได้เตรียมรุกตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยปีหน้าจะเปิดบริษัทที่ประเทศเวียดนามด้วยการรวมทุนกับผู้ประกอบการท้องถิ่น รวมทั้งศึกษาตลาดสิงคโปร์และอินโดนีเซีย โดยคาดว่าจะเพิ่มสัดส่วนส่งออกจากปัจจุบัน 10% เป็น 20% และเพิ่มรายได้จาก 300 ล้านบาทในปีนี้เป็น 400 ล้านบาท ในปี 2558
จากปัจจุบันที่ส่งออกไปในประเทศตะวันออกกลางเป็นหลักมีสัดส่วนรายได้ 10% และตลาดในประเทศ 90% ซึ่งหลังจากบุกตลาดต่างประเทศมากขึ้น คาดว่าจะทำให้สัดส่วนส่งออกเพิ่มเป็น 20% ในปี 2558
“สินค้าเครื่องหนังไทยมีศักยภาพทัดเทียมกับคู่แข่งจากทั่วโลก และเป็นที่ต้องการในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย หรือ ตะวันออกกลาง เพราะคุณภาพสินค้าที่ดี ฝีมือการผลิตที่ประณีต และวัตถุดิบที่ใช้ แต่ยังขาดในเรื่องการทำตลาด การสร้างแบรนด์ ซึ่งต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก”นายนิวัฒน์ กล่าว
ขณะที่การแข่งขันและค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการเครื่องหนังไทยต้องเร่งปรับตัว โดยเฉพาะรายย่อยที่คาดว่าจะลดการผลิตสินค้าลง เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายหลักโดยไม่เน้นตลาดแมส หรือปรับตัวไปสู่การรับจ้างผลิตให้แบรนด์อื่น หรือโออีเอ็มแทน
ขณะที่ยอดขายของบริษัทในปีนี้
สำหรับตลาดอุตสาหกรรมเครื่องหนังภายในประเทศ ช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา พบว่ามีการปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เพราะผู้บริโภคมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นว่าในปีนี้จะไม่เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ รวมถึงการเมืองมั่นคง โดยยอดขายของบริษัทคาดว่าจะเติบโต 10%ปีนี้จากรายได้ 280 ล้านบาทในปี 2554 เพิ่มเป็น 300 ล้านบาทในปีนี้
ปัจจุบันบริษัททำตลาดสินค้ารวม 7 แบรนด์ ได้แก่ มาร์เวลล์ สร้างรายได้สัดส่วน 50% เมย์ฟายน์ เฟนเนลี่ คาร์เรน ทำรายได้รวมกันสัดส่วน 25% ที่เหลือ 25% เป็นแบรนด์นำเข้า ได้แก่ อาเลน เดอลอง วิคทอริน็อกซ์ และบีไซด์-ยู







