
ศก.จีนส่งสัญญาณฟื้นตัว
ดัชนีการผลิตดีดตัวคึกคักเงินเฟ้อลดเปิดช่องพร้อมกระตุ้นใหม่
ดัชนีการผลิตดีดตัวคึกคักเงินเฟ้อลดเปิดช่องพร้อมกระตุ้นใหม่
จีนรายงานตัวเลขสำคัญทางเศรษฐกิจดีขึ้นทุกด้าน ส่งสัญญาณการฟื้นตัวรับทีมผู้นำประเทศรุ่นใหม่
สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนเปิดเผยดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจหลายด้านเมื่อวันที่ 9 พ.ย. ซึ่งล้วนบ่งชี้ว่าภาวะเศรษฐกิจของจีนเริ่มกลับมาฟื้นตัวดีขึ้นตั้งแต่ภาคการผลิตไปจนถึงการบริโภคภายใน ในขณะที่จีนกำลังมีการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งจะมีการวางนโยบายเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ พร้อมกับเลือกคณะผู้นำประเทศชุดใหม่
รายงานระบุว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ต.ค. ได้ปรับตัวขึ้นถึง 9.6% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และบวกขึ้นเล็กน้อยจาก 9.2% ในเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเขตเศรษฐกิจใหญ่สุดอันดับ 2 ของโลกรายนี้กำลังกลับมาขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง โดยในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับตัวเพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
ทางด้านการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ก็ปรับตัวขึ้น 20.72% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วเช่นกัน โดยการลงทุนดังกล่าวนับเป็นดัชนีสำคัญที่บ่งชี้ถึงการลงทุนของรัฐบาลในโครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศ
ขณะที่ตัวเลขการค้าปลีกเดือน ต.ค. ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น 14.5% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 14.2% และหากคิดเป็นช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ ดัชนีค้าปลีกได้ปรับเพิ่มขึ้น 14.1%
นอกจากนี้ ภาวะเงินเฟ้อเดือน ต.ค. ยังปรับตัวลดลงมาอยู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปี โดยเพิ่มขึ้นเพียง 1.7% จาก 1.9% ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2553 ส่งผลให้ทางการจีนยังเหลือพื้นที่ว่างในการเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจได้อีก หลังจากที่เศรษฐกิจจีนในไตรมาส 3 ขยายตัวได้เพียง 7.4% หรือต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี
ซุนจุนเหว่ย นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารเอชเอสบีซี กล่าวว่า ความเสี่ยงภาวะเงินเฟ้อที่ต่ำลงจะช่วยให้ธนาคารกลางจีนสามารถดำเนินนโยบายการเงินและการคลังที่ผ่อนปรนได้ เพื่อช่วยหนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของจีน
“จีนกำลังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปแล้ว” เตาหวัง นักเศรษฐ ศาสตร์ของธนาคารยูบีเอส กล่าวกับเอพี
ข่าวดีทางด้านเศรษฐกิจของจีนครั้งนี้มีขึ้นในขณะที่จีนกำลังเปิดการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งคาดว่าจะมีการประกาศให้รองประธานาธิบดีสีจิ้นผิงขึ้นเป็นผู้นำคนใหม่สืบต่อจากประธานาธิบดีหูจิ่นเทา
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ต่างเชื่อว่าผู้นำรุ่นใหม่ยังต้องเผชิญความท้าทายต่างๆ ที่รออยู่ โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงซึ่งนักวิเคราะห์ของธนาคารโลกเชื่อว่า จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงในยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของจีน โดยจีนจำเป็นต้องลดการครอบงำบริษัทของรัฐในแต่ละภาคส่วน และยังต้องสนับสนุนการแข่งขันบนตลาดเสรีให้มากขึ้นเพื่อยกระดับรายได้







