
TKแย้มกำไรไตรมาส4สูงลิ่ว
TK โชว์กำไรไตรมาส 3 กว่า 208 ล้านบาท เกินคาด มั่นใจไตรมาส 4 ยังโต เสร็จสิ้นฤดูเก็บเกี่ยวสินค้าเกษตร ผู้บริโภคมีกำลังซื้อมาก
TK โชว์กำไรไตรมาส 3 กว่า 208 ล้านบาท เกินคาด มั่นใจไตรมาส 4 ยังโต เสร็จสิ้นฤดูเก็บเกี่ยวสินค้าเกษตร ผู้บริโภคมีกำลังซื้อมาก
น.ส.ปฐมา พรประภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฐิติกร (TK) เปิดเผยว่าบริษัทมีกำไรสุทธิงวดไตรมาส 3 ปีนี้ จำนวน 208.86 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.40 บาท เพิ่มขึ้น 15.70% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 180.51 ล้านบาท มีกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.36 บาท
ขณะที่งวด 9 เดือน มีกำไรสุทธิ 509.77 ล้านบาท หรือ 1.02 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 2.45% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 497.56 ล้านบาท มีกำไรสุทธิต่อหุ้น 1 บาท
สำหรับแนวโน้มกำไรในงวดไตรมาส 4 คาดว่าจะทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง เพราะเป็นช่วงเสร็จสิ้นฤดูเก็บเกี่ยวสินค้าภาคเกษตรซึ่งทำให้ผู้บริโภคมีกำลังซื้อมากขึ้น
ทั้งนี้ กำไรของ TK ถือว่าสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ เช่น บล.เอเซีย พลัส (ASP) ระบุว่า ไตรมาส 3 TK จะมีกำไรสุทธิ 190 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุด แม้ไตรมาสนี้จะเป็นฤดูกาลที่ตกต่ำเพราะยอดจำหน่ายรถยนต์หดตัวแต่ผลการดำเนินงานของ TK กลับแสดงการเติบโตอย่างโดดเด่นด้วย
ปัจจัยหนุนกำไรมาจากรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของสินเชื่อที่โตขึ้น โดยไตรมาส 3 สินเชื่อขยายตัว 4.6% ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยมีแนวโน้มจะปรับเพิ่มประมาณการกำไรปีนี้และปีหน้าของ TK เนื่องจากการปรับเพิ่มสมมติฐานสินเชื่อสุทธิให้สอดคล้องกับเป้าหมายสินเชื่อสุทธิปี 2555 ใหม่ ของ TK ที่เพิ่มขึ้นเป็น 15% และคาดว่าจะต่อเนื่องได้ในปี 2556
ด้านทริสเรทติ้งประกาศคงเครดิต บริษัท กรุงไทย คาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส (KCAR) ที่ระดับ “BBB+” ด้วยแนวคงที่ โดยอันดับเครดิตสะท้อนถึงคณะผู้บริหารของบริษัทที่มีประสบการณ์ในธุรกิจรถเช่า ความสามารถในการทำกำไรที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง และการจัดการความเสี่ยงจากการขายซากรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งปรากฏเป็นกำไรจากการขายสินทรัพย์ให้เช่าที่มีอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ KCAR หลังจากการปรับโครงสร้างเงินทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เมื่อปลายปี 2548 สินทรัพย์ให้เช่าสุทธิก็เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า จาก 1,283 ล้านบาท ในปี 2547 เป็น 2,977 ล้านบาท ในปี 2552 และยังรักษาให้อยู่ในระดับประมาณ 3,000 ล้านบาท มาตั้งแต่ ปี 2552 และ ณ สิ้นปี 2554 ก็อยู่ที่ระดับ 2,917 ล้านบาท มีรายได้จากการให้เช่ารถยนต์แบบระยะยาว คิดเป็น 54% ของรายได้รวม ณ สิ้นปี 2554 บริษัทมีรถยนต์ให้เช่า 6,407 คัน ลดลงจาก 6,568 คัน ในปี 2553 หลังน้ำท่วม







