posttoday
ผู้นำเดิม แต่วิธีการต้องใหม่

ผู้นำเดิม แต่วิธีการต้องใหม่

08 พฤศจิกายน 2555

ผู้นำเดิมแต่วิธีการต้องปรับใหม่ในที่สุด ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ก็ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอีกสมัย

โดย...เอกชัย นิตยาเกษตรวัฒน์

ผู้นำเดิมแต่วิธีการต้องปรับใหม่ในที่สุด ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ก็ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอีกสมัย ซึ่งภารกิจที่สำคัญหนีไม่พ้นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ยังไม่คืบหน้า ตลอดจนปัญหาการว่างงานที่ยังคงมีอัตราที่สูงอยู่ รวมทั้งความพยายามในการลดการขาดดุลงบประมาณและลดปัญหาหนี้สาธารณะ

ซึ่งความสำเร็จของการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในสหรัฐย่อมมีผลอย่างมากต่อเศรษฐกิจของโลก ที่รวมถึงเศรษฐกิจในบ้านเราด้วย

เป้าหมายและนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาล “โอบามา 2” คงไม่เปลี่ยนไปจากเดิมมากนัก เพราะยังคงเป็นปัญหาเดิมๆ ที่ยังแก้ไม่ตก แต่วิธีการและยุทธศาสตร์อาจต้องเปลี่ยน ซึ่งหมายถึงอาจจะมี “คนใหม่” ที่จะเข้ามาดำเนินการและร่วมรับผิดชอบในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

เพราะว่าที่จริงก็เป็นประเด็นที่สำคัญที่สุดในการหาเสียงครั้งนี้ และทำให้ “เกือบ” จะมีประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ ด้วยคะแนนเสียงที่ “สูสี” กันมาก เพราะคะแนนเสียงจากรัฐที่ไม่ได้เป็น “ของตาย” ของแต่ละพรรคที่ออกมาคู่คี่กันมาก โดยประธานาธิบดีโอบามานำหน้าเพียง 1-2% เท่านั้น

แสดงว่าประเทศและประชาชนสหรัฐประสบความยากลำบากในช่วงที่ผ่านมา ที่เป็นผลพวงของวิกฤตอสังหาริมทรัพย์และสถาบันการเงินในช่วงปี 2008 ซึ่งเป็นปีที่รัฐบาลโอบามา 1 เริ่มเข้ามาบริหารประเทศนับจากนั้น

โดยอเมริกันชนต่างคาดหวังว่า ถ้าได้รัฐบาลชุดเดิมการแก้ปัญหาเศรษฐกิจจะได้มีความต่อเนื่อง โดยต้องพยายามกระตุ้นอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจให้ได้เกิน 2% และทำให้อัตราการว่างงานให้ต่ำกว่า 7% ซึ่งในขณะนี้มีคนว่างงานสูงถึง 23 ล้านคน ที่ไม่มีงานทำหรือทำเพียงบางเวลา (Part Time)

ความจริงอัตราการเติบโตและอัตราการว่างงานก็มีความสัมพันธ์กันอยู่ เพราะอัตราการจ้างงานจะสูงขึ้นได้ต่อเมื่อมีภาคการผลิตที่เข้มแข็ง และธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี (Small and Medium Enterprise : SME) ได้ขยายตัว และทำให้เกิดการว่าจ้างแรงงานที่มากขึ้น เมื่อคนมีงานทำมีรายได้ก็จะบริโภคหรือจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ทำให้เกิดการผลิตที่เพิ่มขึ้นเป็นวงจรต่อเนื่อง ผลที่ตามมาคือ เศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นและการว่างงานที่ลดลง

ไม้เด็ดของโอบามาที่แตกต่างจาก มิตต์ รอมนีย์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีที่เป็น “ผู้แพ้” ในการเลือกตั้งครั้งนี้ คือ ความพยายามยุติการทำสงครามทั้งในอิรักและอัฟกานิสถาน ซึ่งรัฐบาลสหรัฐต้องสูญเสียงบประมาณจำนวนมากและเป็นการสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ถ้าสงครามยังคงยืดเยื้อ

ดังนั้น การเลิกยุ่งกับประเทศอื่นสักพัก แล้วเอาเงินเหล่านั้นมาลงทุนในสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน จะทำให้เกิดการจ้างงานในภาครัฐ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอีกหนทางหนึ่ง

ทั้งนี้ โจทย์ยากอีกข้อที่ประธานาธิบดีโอบามาต้องหาทางแก้ต่อไป คือ การลดยอดขาดดุลงบประมาณลงกว่า 4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นข้อสอบที่ยาก เพราะการลดงบประมาณ คือ การเพิ่มรายได้และตัดค่าใช้จ่าย ที่อาจทำได้โดยการขึ้นภาษี โดยเฉพาะ “ภาษีคนรวย” ที่เป็นนโยบายหาเสียง โดยอาจไม่ต่ออายุมาตรการลดภาษีที่เริ่มกันมาตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีคนก่อน

อย่างไรก็ตาม ทางหนึ่งต้องเพิ่มภาษีลดค่าใช้จ่ายเพื่อลดภาระงบประมาณ แต่อีกทางก็ต้องการให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงเป็นข้อขัดแย้งที่ต้องหาจุดสมดุลเพื่อให้เศรษฐกิจโตและรัฐบาลจะได้ลดภาระไม่ต้องกู้หนี้ยืมสินให้เกินตัวมากไปกว่านี้

รวมไปถึงความสมดุลทางการค้ากับคู่ค้าต่างประเทศ โดยเฉพาะจีนที่อเมริกายังคงเสียเปรียบทางการค้าอยู่มาก ไม่ว่าจะขาดดุลการค้ามหาศาลกับจีน หรือค่าเงินหยวนที่ถูกจีนกดให้อ่อนค่าเพื่อให้สินค้าราคาถูก ตลอดจนความเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของจีน ล้วนเป็น “ไม้ตาย” ของจีนที่สามารถนำไปบีบอเมริกาได้ทุกเมื่อ

ยังดีที่โอบามาได้เป็นประธานาธิบดีต่อ เพราะถ้าเป็นรอมนีย์อาจจะเกิดสงครามการค้าระหว่างจีนกับอเมริกาที่จะสร้างความปั่นป่วนให้กับเศรษฐกิจโลก และคงเป็นที่โล่งใจของรัฐบาลจีนที่กำลังจะเปลี่ยนผู้นำในเร็วๆ นี้เช่นกัน

เราเองก็เพิ่งมีรัฐบาลใหม่ที่หวังว่าจะไม่ใช่ “สมบัติผลัดกันชม” แต่เป็นรัฐบาล “ปู 3” ที่มีแนวทางใหม่ๆ ไว้เตรียมรับนโยบายของรัฐบาล “โอบามา 2” และรัฐบาล “จีน 5” หรือรัฐบาลจีนในยุคที่ 5 ที่จะมีนายสีจิ้นผิงเป็นผู้นำคนต่อไป

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท