posttoday
หลุด 1,297-1,295 ยืนยันปรับฐาน...ทดสอบ Low เก่า

หลุด 1,297-1,295 ยืนยันปรับฐาน...ทดสอบ Low เก่า

08 พฤศจิกายน 2555

ทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับตัวขึ้นสูงกว่าระดับดัชนีที่ประเมินไว้ที่ 1,3051,307 จุด ทำจุดสูงสุดที่ 1,313 จุด ก่อนอ่อนตัวลง

โดย...พงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์

ทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับตัวขึ้นสูงกว่าระดับดัชนีที่ประเมินไว้ที่ 1,305-1,307 จุด ทำจุดสูงสุดที่ 1,313 จุด ก่อนอ่อนตัวลง โดยประเด็นเรื่องการเลือกตั้งสหรัฐที่ยังไม่มีความชัดเจนในช่วงก่อนรู้ผลการเลือกตั้ง ได้สร้างแรงกดดันต่อตลาดให้ปรับตัวลงในช่วงสั้นก่อน

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่รู้ผลการเลือกตั้งแล้ว ตลาดตอบสนองเชิงบวกและปรับตัวขึ้นหลังมีความชัดเจน โดยนายโอบามาได้คะแนนเสียงชนะนายรอมนีย์คู่แข่ง ทำให้ความกังวลของตลาดเกี่ยวกับการใช้นโยบายของเฟดที่อาจขาดความต่อเนื่องหากพรรครีพับลิกันขึ้นมาเป็นผู้นำหมดไป อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงสวนทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐต่อเนื่อง โดยแรงขายของนักลงทุนต่างชาติที่มีการปรับพอร์ตเป็นปัจจัยกดดันตลาด

ทิศทางตลาดในสัปดาห์นี้ คาดว่าตลาดจะเป็นการแกว่งตัวในกรอบ แต่หากมีช่วงอ่อนตัวลงหลุดต่ำกว่า 1,297-1,295 จุด จะยืนยันการปรับฐานลงเพื่อทดสอบบริเวณ 1,285 และ 1,270-1,260 จุดตามลำดับ ในขณะที่การปรับตัวขึ้น หากผ่าน 1,313 จุดได้จึงยืนยันการแกว่งตัวขึ้นพ้นกรอบไซด์เวย์และมุ่งหน้าทำจุดสูงสุดใหม่ที่บริเวณ 1,328-1,330 จุด ในเบื้องต้นให้น้ำหนักว่าตลาดหุ้นไทยมีโอกาสแกว่งตัวลงหลุด 1,295 จุด เพื่อทดสอบจุดต่ำสุดก่อนหน้านี้ที่บริเวณ 1,270-1,260 จุด

ประเด็นที่สำคัญที่กดดันตลาด คาดว่ามาจากนักลงทุนต่างชาติที่ยังคงมียอดขายสุทธิต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งคาดว่าเป็นการขายปรับพอร์ตของนักลงทุนสหรัฐ เพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากเงินลงทุนก่อนหน้าที่จะหมดอายุการยกเว้นภาษีกำไรจากการลงทุนในปีหน้า

อย่างไรก็ตาม คาดว่าทุกครั้งที่ตลาดปรับตัวลงแรง จะมีแรงซื้อของนักลงทุนสถาบันทยอยเข้ามารองรับการปรับตัวลง เนื่องจากเชื่อว่า นักลงทุนที่ต้องซื้อกองทุน LTF ส่วนใหญ่ยังไม่ได้ทำการซื้อในปีนี้ เนื่องจากตลอดทั้งปีตลาดยังไม่มีช่วงปรับตัวลงแรงและสามารถทรงตัวเหนือ 1,000 จุดต่อเนื่อง โดยคาดว่าแรงซื้อของนักลงทุนสถาบันจะเริ่มมีเข้ามาต่อเนื่องตั้งแต่กลางเดือนนี้เป็นต้นไปจนถึงปลายปี สวนทางกับนักลงทุนต่างชาติที่จะทยอยขายลดลง

ส่วนประเด็นเรื่องสหรัฐ แม้ว่าจะสหรัฐจะได้โอบามาเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 และตลาดลดความกังวลเรื่อง QE3 ที่จะไม่ถูกกดดันให้หยุดทำ QE ก่อนเวลาอันสมควร แต่ปัญหาหลักที่ต้องเผชิญหน้ายังคงมีอีกมาก โดยประเด็นเรื่องการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐในปีหน้า ที่จะได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีที่หมดลง รวมถึงการลดค่าใช้จ่ายจำนวนมากของรัฐบาลสหรัฐจะเป็นปัญหาต่อเศรษฐกิจสหรัฐในระยะสั้นได้ หากยังไม่มีการออกมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการที่เสียงส่วนใหญ่ในสภาล่างมาจากรีพับลิกันจะทำให้การผลักดันกฎหมายของโอบามาเป็นไปอย่างยากลำบาก ทำให้ภาพโดยรวมแม้ว่าตลาดจะดีใจกับเรื่องสภาพคล่องที่ยังคงอยู่จากประเด็นเรื่อง QE3 แต่เชื่อว่าจะตลาดจะดีใจได้เพียงช่วงสั้น เนื่องจากการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐมีโอกาสชะลอตัวลงอย่างรวดเร็ว หากยังไม่ได้รับการแก้ปัญหาที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากรีพับลิกัน

ทางด้านยุโรป ตลาดจับตาการผ่านกฎหมายลดค่าใช้จ่ายของกรีซ ที่กำลังถูกประท้วงจากแพทย์จนไปถึงคนขับรถโดยสารอย่างหนัก ซึ่งทางรัฐบาลกรีซเองคาดว่าจะสามารถผ่านกฎหมายดังกล่าวได้อย่างเฉียดฉิว กรีซต้องลดค่าใช้จ่ายให้ได้ก่อนที่จะมีการประชุมผู้นำยุโรปในวันที่ 12 พ.ย.นี้ ซึ่งตอนนี้ในตลาดมีการประเมินกันว่ากรีซจะมีเงินเหลือใช้จ่ายแค่วันที่ 16 พ.ย.นี้ โดยเราประเมินว่าในที่สุดสภากรีซจะสามารถผ่านกฎหมายลดค่าใช้จ่ายไปได้ ด้านจีนจะมีการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์ในวันพรุ่งนี้ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาในการประชุมใกล้เคียงกับการประชุมครั้งที่แล้ว คือ ประมาณ 1 สัปดาห์ โดยนายสีจินผิง รองประธานาธิบดีจีน จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคต่อจากประธานาธิบดีหูจิ่นเทา ของจีน โดยจะมีการประชุมถึงนโยบายเศรษฐกิจที่สำคัญ ซึ่งคาดว่าจีนจะมีนโยบายเศรษฐกิจเชิงรุกมากขึ้นหลังได้ผู้นำคนใหม่

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้ “รอซื้อช่วงปรับตัวลง เนื่องจากประเมินว่านักลงทุนที่ต้องการซื้อ LTF จะเป็นปัจจัยหนุนตลาดได้ในเดือนถัดไป หลังจากนักลงทุนต่างชาติปรับพอร์ตเสร็จก่อนวันหยุดยาวในเดือนนี้ โดยให้สังเกตแนวรับบริเวณ 1,270-1,260จุด เป็นระดับที่น่าเข้าซื้อสะสมหากตลาดไม่สามารถยืนเหนือ 1,295 จุดได้”

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท