
ประกันขายกระฉูด3.5แสนล.
ได้รถคันแรกยันภัยธรรมชาติ เบี้ย8เดือน‘ปัจจัยบวก‘เพียบ
ได้รถคันแรกยันภัยธรรมชาติ เบี้ย8เดือน‘ปัจจัยบวก‘เพียบ
คปภ.เผยยอดขาย 8 เดือน ปัจจัยบวกยังหนุน ธุรกิจประกันภัยทำเบี้ยรวมได้ 3.5 แสนล้านบาท เติบโตถึง 19.5%
นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ภาพรวมของธุรกิจประกันภัยในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.ส.ค.) มีเบี้ยรับโดยตรง 3.5 แสนล้านบาท โดยมีอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่อง 19.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ แบ่งเป็นเบี้ยจากประกันชีวิต 2.4 แสนล้านบาท ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 16% โดยมาจากเบี้ยประกันชีวิตประเภทสามัญ มีเบี้ยประกันภัยรับสูงสุด จำนวน 2 แสนล้านบาท เติบโต 16% รองลงมาเป็นเบี้ยประกันชีวิตกลุ่ม 3 หมื่นล้านบาท เติบโต 23% และเบี้ยประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลจำนวน 3,608 ล้านบาท เติบโต 8%
อย่างไรก็ตาม ได้เบี้ยจากประกันวินาศภัย 1.1 แสนล้านบาท เติบโต 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีเบี้ยประกันภัยรถมากที่สุด 6.7 หมื่นล้านบาท เติบโต 21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายคืนเงินภาษีรถยนต์คันแรก ส่งผลให้ยอดจำหน่ายรถยนต์เพิ่มขึ้นในอัตราเร่ง รองลงมาเป็นเบี้ยประกันภัยเบ็ดเตล็ด 3.7 หมื่นล้านบาท เติบโต 35%
นายประเวช กล่าวว่า หากพิจารณาเบี้ยประกันภัยเบ็ดเตล็ดในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่ามีเบี้ยจากประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน 2,040 ล้านบาท เติบโตถึง 83% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แสดงให้เห็นว่าประชาชนเห็นความสำคัญของการประกันภัยมากขึ้น สอดคล้องกับตัวเลขการรับประกันภัยโดยกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ ซึ่งขยายตัวในอัตราเร่งเช่นเดียวกัน และมีเบี้ยประกันอัคคีภัย 6,721 ล้านบาท ขยายตัว 22%
“ตอนนี้การเติบโตของธุรกิจประกันภัยไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้น เป็นผลมาจากหลายปัจจัย ทั้งจากฝั่งประชาชนและผู้บริโภคมีความตื่นตัวต่อความเสี่ยงภัยต่างๆ ที่เพิ่มมากขึ้น จึงทำให้การประกันภัยเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน เป็นปัจจัยที่ 5 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยในปี 2555 ธุรกิจประกันชีวิตเน้นการขายผลิตภัณฑ์แบบตลอดชีพ ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดถึง 47% และธุรกิจประกันวินาศภัยเองก็มีการขยายตัวในอัตราเร่ง โดยเฉพาะกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองภัยธรรมชาติและภัยพิบัติ” นายประเวช กล่าว







