
เกาะติดสถานการณ์
ชงถอนบางกิจการออกจากกิจการรุนแรง
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล รักษาการรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า จากการเปิดรับฟังความคิดเห็นปรับปรุงรายการประเภทกิจการที่อาจจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ภาคเอกชนเห็นว่ามีหลายกิจการที่ควรถอดออกจากการกำหนดเป็นกิจการรุนแรง เช่น บัญชีที่ 18 การดัดแปลงสารพันธุกรรมหรือพืชจีเอ็มโอ บัญชีที่ 19 สนามกอล์ฟ บัญชีที่ 5 เหมืองแร่โลหะทุกชนิด และบัญชีที่ 9 นิคมอุตสาหกรรมและเขตประกอบการ เป็นต้น เนื่องจากกิจการดังกล่าวไม่ได้มีผลกระทบต่อสุขภาพและทรัพยากรธรรมชาติรุนแรงแต่อย่างใด โดยเฉพาะจีเอ็มโอนั้นไทยยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ในเชิงพาณิชย์และยังมีกฏหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้องดูแลอีกมาก ส่วนกรณีเหมืองแร่โลหะไม่ได้เป็นอันตรายทุกชนิดเสมอไป เช่นเดียวกับนิคมอุตสาหกรรม ที่เป็นเพียงพื้นที่เท่านั้น จึงควรกำหนดตัวโครงการที่จะเข้ามาตั้งอยู่ในพื้นที่มากกว่า
บขส.คาดสงกรานต์นี้ขาดทุนยับ
นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง (บ.ข.ส.) เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับหน่วยงานตำรวจ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ในการเตรียมแผนการรองรับประชาชนที่จะเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2553 ว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งเป็นวันหยุดยาวในปีนี้ตั้งแต่วันที่ 1318 เม.ย.นั้น บ.ข.ส.คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ไปต่างจังหวัดไม่ต่ำกว่า 1.1 ล้านคน
ซึ่ง บ.ข.ส. เชื่อว่าปีนี้ บ.ข.ส.จะขาดทุนมากกว่าช่วงสงกรานต์ปีที่ผ่านมา เนื่องจากราคาน้ำมันได้ปรับขึ้นไปจากเมื่อปีที่แล้วกว่า 10 บาทต่อลิตร ขณะเดียวกันรถก็จะต้องวิ่งเที่ยวเปล่ากลับไปรับผู้โดยสารที่ตกค้างอยู่ ประกอบกับเป็นวันหยุดยาว ประชาชนอาจใช้รถส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น
อิงปัญหาโลกร้อน ใส่แผนพัฒนาเกษตรฯ ฉบับ 11
นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ในฐานะโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้เตรียมจัดทำแผนพัฒนาการเกษตร ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 (พ.ศ. 25552559) หลังจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 25502554) ซึ่งกำลังจะสิ้นสุดลงในเดือน ก.ย. 2554 โดยจะทบทวนผลการพัฒนาการเกษตรในช่วงแผนฯ ฉบับที่ 10 โดยจะพิจารณาถึงการเจริญเติบโตของภาคเกษตร ความอยู่ดีมีสุขของเกษตรกร ทรัพยากรการเกษตรที่เปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตร ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้กำหนดเป็นกรอบในการพัฒนา เพื่อจัดทำแผนดังกล่าวด้วย
“
ทั้งนี้กรอบที่สศช.กำหนดไว้ประกอบด้วย เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เศรษฐกิจการเกษตรสีเขียว การพัฒนาการเกษตรในลักษณะCluster ความมั่นคงด้านอาหารและพลังงานภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โลกไร้พรมแดน
และสัญญาประชาคมใหม่ การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร
และเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งนี้กระทรวงจะได้เปิดรับฟังความคิดเห็นก่อนที่จะวางแผนพัฒนาฯตามแผน 11
“ นายอภิชาตกล่าว///////////อย่างไรก็ตาม ได้เตรียมรถรองรับคนตั้งแต่วันที่ 13 18 เม.ย. ซึ่งบางส่วนจะเริ่มเดินทางตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย.นั้น ทางทางบขส.จึงได้จัดเตรียมรถเสริมมาวิ่งเพิ่มเติมจากปกติทั้งในส่วนของรถบขส. รถร่วมโดยสารประจำทางและรถเสริม โดยคาดว่าช่วงที่ประชาชนเดินทางมากที่สุดคือวันที่ 11 และ 12 เม.ย.ที่คาดว่าจะมีกว่าวันละ 2 แสนคน
สำหรับปัญหาที่พบบ่อยมาก และต้องขอความร่วมมือจากประชาชนหากพบเห็นมีการขายตั๋วเกินราคานั้นก็ให้แจ้งมายังบขส.ด้วย ซึ่งจะมีโทษปรับประมาณ 5,000 บาทต่อใบ แต่ในส่วนของรถเสริมนั้นก็จะต้องทำความเข้าใจกับผู้โดยสารด้วยว่ารถเหล่านี้ต้องวิ่งเที่ยวเดียวดังนั้นจึงจำเป็นต้องขายตั๋วที่ราคาปลายทางไม่สามารถขายตั๋วราคาระหว่างทางได้ เพราะไม่คุ้มทุน และหากผู้โดยสารพบเห็นการขายตั๋วปลอมนั้นก็ขอให้แจ้งที่หมายเลข 1584 และหมายเลข 1490 ด้วย
“ส่วนเรื่องการรักษาความปลอดภัยนั้นได้มีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่และอาสาสมัครมาอำนวยความสะดวกให้ ส่วนพนักงานขับรถหากพบว่าดื่มสุราในระหว่างปฏิบัติหน้าที่นั้นหากเป็นพนักงานของ บขส.มีโทษต้องไล่ออก ขณะที่ในส่วนของรถร่วมนั้นก็จะให้พักรถ 15 วัน”นายวุฒิชาติกล่าวว่า ในส่วนของการชุมนุมทางการเมืองหากมีการยืดเยื้อนั้น ก็เชื่อว่าในช่วงสงกรานต์ผู้มาชุมนุมบางส่วนคงต้องทยอยกลับบ้าน ทางบขส.ได้เตรียมการรองรับไว้ด้วยเช่นกัน โดยหากระยะทางไม่เกิน 300 กม.จากกรุงเทพฯนั้นก็จะขอให้ทาง ขสมก.จัดรถเมล์สภาพดีไว้คอยให้บริการรับส่งผู้โดยสาร และคนที่อยู่ในรัศมีที่ไกลกว่า 300 กม.นั้นก็จะให้เดินทางโดยรถไฟ ส่วนในปัจจุบันนั้นพบว่ามีผุ้ชุมนุมที่ทยอยเดินทางกลับและมาซื้อตั๋วโดยสารกับทาง บขส.นั้นยังมีไม่มากนักคือประมาณไม่เกิน 10 คนต่อวัน







