
10 เคล็ดลับ...เลือกกองทุนให้ถูกใจ (1)
...กร ดุรงคเวโรจน์/อนรรม กิติวัฒน์
ไม่ว่าคุณจะต้องการออมหรือลงทุนเพื่อเพิ่มมูลค่าหรือเงินปันผล กองทุนรวมที่มีหลากหลายในปัจจุบันเป็นทางเลือกที่สามารถตอบสนองความต้องการได้ แต่ก่อนที่จะนำเงินอันแสนมีค่าไปให้ผู้จัดการกองทุนที่เราไว้ใจบริหารจัดการลงทุน นักลงทุนย่อมต้องผ่านการไตร่ตรองโดยวิธีต่างๆ ไม่มากก็น้อย อย่างไรก็ตาม การขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจกองทุนรวมอาจส่งผลให้คุณตามหลังผู้อื่นอยู่ก้าวหนึ่ง (จนถึงหลายช่วงตัว) การค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมนอกเหนือจากสิ่งที่รู้เดิมๆ ก็จะช่วยให้คุณซื้อกองทุนได้ตรงกับความต้องการมากขึ้น และนี่คือเคล็ดลับพื้นฐาน 10 ข้อที่ไม่ควรลืมเมื่อคุณกำลังตัดสินใจซื้อกองทุน
1.ที่มาของ Return แม้อัตราผลตอบแทนเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จที่สำคัญของธุรกิจกองทุนแต่ก็ไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง นักลงทุนควรสืบหาว่าตัวเลขที่ปรากฏนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร เช่น การเทียบอัตราผลตอบแทนกองทุนทุกๆ เดือนกับดัชนี หาเดือนที่ผลตอบแทนสูงเป็นพิเศษแล้ววิเคราะห์ว่าเดือนที่สามารถชนะตลาดนั้นมาจากปัจจัยใดบ้าง และผู้จัดการกองทุนน่าจะสามารถทำซ้ำได้อีกในอนาคตหรือไม่ กองทุนที่ผลตอบแทนเท่าดัชนีมา 11 เดือน แล้วมีเดือนที่ 12 กระโดดไปชนะตลาด 7% ย่อมมีผลตอบแทนการลงทุนต่อปีที่น่าสนใจอย่างยิ่ง แต่หากคุณขายหน่วยลงทุนไปก่อนที่กองทุนจะชนะตลาด คุณก็จะไม่ได้เห็นผลตอบแทนดังกล่าว กรณีเช่นนี้กองทุนที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอต่อเดือนและผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีเท่ากับกองทุนข้างต้นย่อมน่าดึงดูดมากกว่าสำหรับนักลงทุนทั่วไป
2.เทียบมวยให้ถูกคู่ กองทุนรวมมีหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทมีคุณสมบัติเฉพาะตัว และวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป และแต่ละกองทุนก็มีความเสี่ยงและผลตอบแทนไม่เท่ากัน เมื่อทราบดังนี้ การเปรียบเทียบผลตอบแทนของกองทุนที่คุณสมบัติแตกต่างกันย่อมไม่ได้ประโยชน์อะไรมากนัก ดังนั้นการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของกองทุนควรจะเป็นการเปรียบเทียบระหว่างกองทุนที่มีนโยบายและคุณสมบัติคล้ายกันที่สุด
3.ซื้อของดีและ...ถูก กองทุนแต่ละกองมีค่าใช้จ่ายไม่ใช่น้อยเลย ทั้งค่าบริหารกองทุน ค่าผู้ดูแลผลประโยชน์ มาร์เก็ตติง หนังสือพิมพ์ และอีกมากมาย โดยทั่วไป กองทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงมักจะมีค่าใช้จ่ายมากตามไปด้วย ข้อมูล
“อัตราส่วนค่าใช้จ่าย” หรือเปอร์เซ็นต์ของสินทรัพย์ที่จะต้องหักไปจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ สามารถบอกได้ว่ารายได้สุทธิที่นักลงทุนจะได้รับจะถูกลดตัดตอนไปมากน้อยเพียงใด และคุ้มค่ากับผลตอบแทนที่ได้รับกลับคืนมากแค่ไหน4.หลีกเลี่ยงกองทุน Turnover สูง กองทุนที่มีอัตราหมุนเวียนหลักทรัพย์สูง หรือมีการซื้อขายหลักทรัพย์บ่อยครั้งจะก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายทางอ้อมต่อเงินของนักลงทุน คือ ค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมหรือคอมมิชชันนั่นเอง นอกจากนั้นนักลงทุนบางส่วนอาจมีมุมมองว่าผู้จัดการกองทุนที่มีอัตราหมุนเวียนหลักทรัพย์สูงไม่มีความมั่นใจในการลงทุน จึงไม่มีเหตุผลที่ดีพอในการถือสินทรัพย์ที่ได้ลงทุนไป แต่เรื่องนี้ก็นานาจิตตังเพราะกองทุนที่เทรดบ่อยๆ กำไรสูงๆ ก็มีให้เห็นเรื่อยไป
5.ทำความรู้จักผู้บริหารกองทุน นักลงทุนสามารถวิเคราะห์แนวทางการลงทุนของผู้จัดการกองทุนได้หลายทาง เช่น การคำนวณทางคณิตศาสตร์และสถิติพวก Sharp ratio, Alpha, R square ฯลฯ เพื่อหากลยุทธ์ของผู้จัดการกองทุนว่ามีประสิทธิภาพ เข้ากับสไตล์ของคุณหรือไม่ หากคุณไม่ถูกกับตัวเลข คุณก็สามารถใช้การเปรียบเทียบเชิงคุณภาพ เช่นเทียบผลการดำเนินงานของกองทุนกับกรอบดัชนีที่หลากหลาย เช่น ประเภทของอุตสาหกรรม ขนาดของหลักทรัพย์ ขอบเขตภูมิภาค แล้วคุณอาจจะพอเห็นว่าธรรมชาติของผู้จัดการกองทุนนั้นๆ มีแนวโน้มตามตลาดใด ชอบตัวแปรปัจจัยใดเป็นพิเศษ และแพ้ทางสถานการณ์แบบใด ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีหน่วยงานกลางหลายแห่ง มีบริการจัดอันดับกองทุนตามวิธีของตนเผยแพร่กับนักลงทุนมากขึ้น
โอกาสหน้าจะขอนำเสนออีก 5 ข้อที่เหลือ ซึ่งจะเป็นการวิเคราะห์เชิงลึกมากขึ้น.....โปรดติดตามตอนต่อไป







