
น้ำมันพุ่งกว่า3เหรียญฯลุ้นผลเลือกตั้งสหรัฐ
เบรนท์ส่งมอบ ธ.ค. ปรับเพิ่มขึ้น 3.34 เหรียญฯ ส่วนเวสต์เท็กซัส ปรับเพิ่มขึ้น 3.06 เหรียญฯ
เบรนท์ส่งมอบ ธ.ค. ปรับเพิ่มขึ้น 3.34 เหรียญฯ ส่วนเวสต์เท็กซัส ปรับเพิ่มขึ้น 3.06 เหรียญฯ
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บริษัทไทยออยล์ วิเคราะห์ราคาน้ำมันประจำวันที่ 7 พ.ย. 55 โดยราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นสูงจากแรงหนุนของบรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นที่นักลงทุนคึกคักเป็นพิเศษในวันสุดท้ายก่อนกำหนดเส้นใต้ชี้ชะตาศึกการเลือกตั้งผู้นำสหรัฐฯ ส่งผลให้ดัชนีอุตสหกรรมดาวโจนส์ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 133.24 จุด ปิดที่ 13245.68 จุด
โดยราคาหุ้นกลุ่มยุทโธปกรณ์และกลุ่มพลังงานปรับเพิ่มขึ้นล่วงหน้า จากความเชื่อมั่นของนักลงทุนว่า นายมิตต์ รอมนีย์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกันมีโอกาสได้รับชัยชนะ ซึ่งนั้นหมายถึงการดำเนินนโยบายที่เน้นการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล และเป็นผลให้มีแรงซื้อเข้ามาในตลาดน้ำมันมากขึ้น อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ลงความเห็นว่า ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาในรูปแบบใด ก็จะส่งผลดีต่อตลาด เนื่องจากทิศทางการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯจะมีความชัดเจนมากขึ้น
นอกจากนี้ การปิดซ่อมบำรุงหน่วยกลั่นน้ำมันดิบที่ใหญ่ที่สุดที่มีกำลังการผลิต 3.37 แสนบาร์เรลต่อวัน ของโรงกลั่นบีพี (BP) ที่อินเดียนา และการหยุดการผลิตของโรงกลั่นเบย์เวย์ขนาด 2.38 แสนบาร์เรลต่อวันจากผลกระทบของเฮอร์ริเคนแซนดี้ คาดว่าจะทำให้ปริมาณน้ำมันดิบที่จุดส่งมอบคุชชิ่งเพิ่มขึ้น เป็นสาเหตุให้ส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันดิบเบรนท์และเวสต์เท็กซัสถ่างกันมากขึ้น และช่วยหนุนราคาน้ำมันเบนซินในตลาดสหรัฐฯ ให้ปรับเพิ่มขึ้น
ส่วนปัจจัยที่มีผลต่อราคาน้ำมัน ดัชนีภาคการบริการของสหภาพยุโรป (PMI) ประจำเดือนต.ค.ปรับลดลงเหลือ 45.7 จาก 46.1 ในเดือน ก.ย. นับเป็นเดือนที่ 9 ต่อเนื่องที่ดัชนีอยู่ในระดับต่ำกว่า 50 หรือหมายถึงการหดตัวของภาคบริการ โดยกลุ่มนักเศรษฐศาสตร์คาดว่ามีโอกาสอย่างมากที่ธนาคารกลางยุโรปจะลดอัตราดอกเบี้ยลงไปแตะระดับต่ำสุดที่ 0.5% ในช่วงต้นปีหน้า ขณะที่ยอดคำสั่งซื้อสินค้าโรงงานของเยอรมนีเดือนต.ค.ลดลงเช่นกัน จากยอดคำสั่งซื้อต่างประเทศที่เติบโตติดลบ 4.5% และภายในประเทศลดลง 1.8%
ขณะที่หลังปิดตลาดสถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐฯ (API) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ณ วันที่ 2 พ.ย. 55 ปรับตัวลดลง 27,000 บาร์เรล สวนทางกับผลสำรวจรอยเตอร์ที่คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 1.8 ล้านบาร์เรล ขณะที่ปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังปรับลดลง 1.0 ล้านบาร์เรล และน้ำมันดีเซลปรับลดลง 1.5 ล้านบาร์เรล
สำหรับการที่ ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดูไบ มาจากแรงหนุนของสถานการณ์อุปทานตึงตัวในสหรัฐฯ ประกอบกับมีความต้องการนำเข้าจากอินโดนีเซีย ด้านราคาน้ำมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบดูไบ อย่างไรก็ตามมีปริมาณน้ำมันดีเซลเข้ามาในตลาดเพิ่มมากขึ้น ขณะที่อุปสงค์ยังมีไม่มากนัก
ทิศทางราคาน้ำมันดิบต้องจับตาสถานการณ์หนี้สเปนและกรีซ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและผลกระทบของพายุเฮอริเคนแซนดี้ พร้อมทั้งการแต่งตั้งผู้นำคนใหม่ของจีน และการประชุมธนาคารกลางยุโรปในสัปดาห์นี้ สำหรับวันนี้จับตาผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะทราบอย่างเป็นทางการ
ราคาน้ำมันดิบ ณ วันที่ 6 พ.ย. 55 (เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล)
เวสต์เท็กซัส (ธ.ค.) 88.71 +3.06
เบรนท์ (ธ.ค.) 111.07 +3.34
ดูไบ 104.98 +1.73
เบนซินออกเทน 95 115.39 +3.03
น้ำมันก๊าดและอากาศยาน 123.75 +1.50
น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว (0.5%กำมะถัน) 122.33 +1.50
น้ำมันเตา (3.5% กำมะถัน) 94.89 +0.80







