
หวังภัยแล้งดันราคาข้าวแพง
เหตุฉุดผลผลิตในประเทศลดเร่งเครื่องลุยส่งออกทวงแชมป์
เหตุฉุดผลผลิตในประเทศลดเร่งเครื่องลุยส่งออกทวงแชมป์
หวังภัยแล้ง ฉุดผลผลิตข้าวในประเทศลด ช่วยดันราคาพุ่ง
นายทิฆัมพร นาทวรทัต รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศและโฆษกข้าว เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังจับตาภาวะภัยแล้งอาจมีผลต่อปริมาณข้าวที่ลดลง ทำให้ราคาข้าวสูงขึ้น แต่แนวโน้มราคาส่งออกข้าวไทยปี 2556 เฉลี่ยจะเพิ่มจากตันละ 679 เหรียญสหรัฐ เป็น 700 กว่าเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่ม 15%
ด้านนางปราณี ศิริพันธ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า ปี 2556 การส่งออกข้าวของไทยจะกลับขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ของโลกได้อีกครั้ง โดยกำหนดเป้าหมายการส่งออกไว้ที่ 8.5 ล้านตัน รวมมูลค่า 5,700 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มจากปีนี้ที่วางเป้าส่งออกอยู่ที่ 7.37.5 ล้านตัน มูลค่า 4,948 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือมีปริมาณเพิ่มขึ้น 16.44% และมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 15.20%
การดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายส่งออกปีหน้า กรมกำหนดแผนขยายตลาดใหม่ เช่น ประเทศในภูมิภาคแอฟริกา อเมริกาใต้ และตะวันออกกลาง รวมทั้งเน้นประชาสัมพันธ์คุณภาพข้าวไทย โดยร่วมมือกับเอกชนทำตลาด โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิจะเริ่มทำตลาดที่ฮ่องกงแห่งแรก และเร่งผลักดันขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี
“ต่อไปจะร่วมมือผู้ส่งออกข้าวไทยทำตลาดร่วมกัน เบื้องต้นสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยจะเป็นคนรับรองให้ โดยเชื่อว่าราคาที่ได้จะไม่ต่ำกว่าราคากลาง และยังช่วยให้ราคาข้าวในตลาดขยับขึ้นได้ด้วย”นางปราณี กล่าว
นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดข้าวลักษณะพิเศษ เช่น ข้าวหอมมะลิอินทรีย์และข้าวสินเหล็ก เป็นต้น ให้เป็นที่รู้จักและนิยมของผู้บริโภค รวมทั้งขยายการประชาสัมพันธ์เอกลักษณ์ข้าวไทยให้แพร่หลายมากขึ้น โดยจะดำเนินการผ่านสื่อต่างประเทศ เช่น ซีเอ็นเอ็น ซีซีทีวีของจีน และฟอกซ์ เป็นต้น จะเริ่มเผยแพร่ช่วงเดือน ม.ค. 2556
ขณะเดียวกัน กรมยังได้ปรับตัวเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ด้วยการจัดตั้งสำนักงานนโยบายบริหารยุทธศาสตร์และการค้าขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นหน่วยงานที่ประสานความได้เปรียบจากการเข้าร่วมเออีซีให้ได้ประโยชน์สูงสุด
ทั้งนี้ ยังมีการจัดตั้งกลไกความร่วมมือด้านตลาดข้าวในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง (ซีแอลเอ็มวี) ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น เพื่อสนับสนุนความมั่นคงด้านอาหารของอาเซียนและโลก นอกจากนี้ยังช่วยสร้างเสถียรภาพราคาข้าวในตลาดโลกด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อเห็นชอบ
พร้อมกันนี้ ได้จัดตั้งเขตการค้าข้าว (Rice Trade Zone) เพื่อรองรับการเปิดเออีซี เพราะฐานผลิตข้าวส่วนใหญ่อยู่ในอาเซียน และอนาคตการค้าชายแดนจะเปิดกว้างขึ้น ทำให้สินค้าไหลเข้าออกระหว่างพรมแดนมากขึ้น ซึ่งต้องบ่งบอกแหล่งกำเนิดข้าวได้ชัดเจน เพื่อรักษาคุณภาพและมาตรฐาน







