posttoday
กูเกิลดันเอสเอ็มอีทำเว็บ

กูเกิลดันเอสเอ็มอีทำเว็บ

06 พฤศจิกายน 2555

กูเกิลหนุนเอสเอ็มอีทำโฆษณาออนไลน์ ขยายตลาดสู่ภูมิภาค ตั้งเป้าเพิ่มการใช้เว็บเป็น 30% เทียบสิงคโปร์ เชื่อบรอดแบนด์3จีเออีซี ดันตลาดออนไลน์โต

กูเกิลหนุนเอสเอ็มอีทำโฆษณาออนไลน์ ขยายตลาดสู่ภูมิภาค ตั้งเป้าเพิ่มการใช้เว็บเป็น 30% เทียบสิงคโปร์ เชื่อบรอดแบนด์3จีเออีซี ดันตลาดออนไลน์โต

นายอริยะ พนมยงค์ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจ กูเกิล ประเทศไทย เปิดเผยว่า กูเกิลให้การสนับสนุนและผลักดันให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของไทยพัฒนาเว็บไซต์ เพื่อมีตัวตนบนโลกออนไลน์ให้มากที่สุด โดยที่ผ่านมาจากโครงการธุรกิจไทย โกออนไลน์ มีเอสเอ็มอีไทยเข้าร่วมโครงการประมาณ 1.1 แสนราย จากเอสเอ็มอีทั้งประเทศ 3 แสนราย ที่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 10% ของเอสเอ็มอีทั้งประเทศ

ทั้งนี้ ในปีหน้ากูเกิลมีแผนที่จะผลักดันให้เอสเอ็มอีหันมาพัฒนาเว็บไซต์ของตัวเองเพิ่มขึ้น โดยเบื้องต้นมีเป้าหมายที่ 30% ของเอสเอ็มอีทั้งประเทศ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับสิงคโปร์ในปัจจุบัน โดยนอกจากจะผลักดันการสร้างเว็บไซต์แล้ว จะส่งเสริมให้มีการทำโฆษณาออนไลน์ผ่านทางแอดเวิร์ดส์ ซึ่งเป็นโฆษณาผ่านระบบค้นหาของกูเกิลให้มากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยขยายตลาดให้เอสเอ็มอีได้

“การทำเว็บไซต์ยังไม่ต้องมีอีคอมเมิร์ซก็ได้ แต่ขอให้มีเว็บก่อน เป็นช่องทางเข้าถึงร้านของตัวเองมากขึ้นในเบื้องต้น การเข้าถึงลูกค้าก็ทำได้ดีขึ้น จากนั้นก็ต้องทำโฆษณาผ่านแอดเวิร์ดส์ ซึ่งใช้งบน้อย เริ่มต้นหลักพันบาทต่อเดือน และวัดผลได้ทันที เพื่อให้ลูกค้าค้นหาผ่านกูเกิลแล้วเจอเว็บไซต์ของเอสเอ็มอี” นายอริยะ กล่าว

ด้านเป้าหมายของกูเกิลในประเทศไทย เบื้องต้นจะผลักดันให้เอสเอ็มอีทั่วประเทศพัฒนาเว็บไซต์ของตัวเอง โดยเบื้องต้นต้องการให้เอสเอ็มอี 30% ในประเทศไทยมีเว็บไซต์ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เทียบเท่ากับสิงคโปร์ในปัจจุบัน ซึ่งหากทำได้เร็วจะเป็นโอกาส เพราะในอนาคตลูกค้าจากในภูมิภาคอาเซียนหรือทั่วโลก ก็สามารถค้นหาเว็บไซต์ได้เจอเช่นกัน

สำหรับ 3 ปัจจัยหลักที่แสดงให้เห็นว่าเอสเอ็มอีต้องพัฒนาเว็บไซต์ คือ นโยบายบรอดแบนด์ของรัฐบาล รวมถึงการเกิดขึ้นของ 3จี ทำให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น การมีเว็บไซต์จึงเป็นสิ่งสำคัญ เช่นเดียวกับการเปิดเออีซี ที่จะเป็นการขยายตลาดในอนาคตผ่านเว็บไซต์

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า