
เอสเอ็มอีแบงก์ฟ้อง‘โสฬส’ร้อยล้าน
แก้ลำโดนแจ้งปปช.สอบสวนเอาผิดกรรมการธนาคารทั้งชุด
แก้ลำโดนแจ้งปปช.สอบสวนเอาผิดกรรมการธนาคารทั้งชุด
เอสเอ็มอีแบงก์ตั้งทีมฟ้อง “โสฬส” เรียกค่าเสียหาย 100 ล้าน
แหล่งข่าวจากธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) เปิดเผยว่า คณะกรรมการธนาคารได้ประชุมและมีมติตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลคดีหรือข้อพิพาทจากการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการธนาคารและผู้บริหาร โดยจะประเดิมเรื่องแรกพิจารณาฟ้องเรียกค่าเสียหายจากนายโสฬส สาครวิศว อดีตกรรมการผู้จัดการเอสเอ็มอีแบงก์ ที่ได้ให้พ้นจากตำแหน่งไปเมื่อเร็วๆ นี้
ประเด็นที่คณะกรรมการธนาคารให้ดำเนินการ คือ เรียกร้องความเสียหายจากการปล่อยสินเชื่อชะลอเลิกจ่ายงานในช่วงปี 2554-2555 ผิดเงื่อนไข ทำให้ธนาคารเสียหายกว่า 100 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องที่อยู่ระหว่างการพิจารณาอีก 8 เรื่อง ที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งต่อไป ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่ามีความผิดและความเสียหายเกิดขึ้นกับธนาคารอีกจำนวนมาก
ทั้งนี้ คณะกรรมการพิจารณาฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งกับนายโสฬส มีขึ้นหลังจากเดือนที่ผ่านมานายโสฬสได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจบางซื่อ เอาผิดกับกรรมการของธนาคารทั้งชุดว่าปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้อง โดยขอให้ตำรวจส่งเรื่องดังกล่าวไปให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สอบสวนเอาผิดต่อไป
นอกจากนี้ ยังฟ้องตำรวจเอาผิดกับนายนริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ ประธานเอสเอ็มอีแบงก์ ข้อหาหมิ่นประมาท เนื่องจากเป็นผู้ลงนามในหนังสือเลิกจ้างที่ให้นายโสฬสพ้นจากตำแหน่ง
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า คณะกรรมการธนาคารไม่เป็นกังวลที่ถูกอดีตกรรมการผู้จัดการเอสเอ็มอีแบงก์ฟ้องในครั้งนี้ เพราะเป็นการตรวจสอบเอาผิดตามผลการตรวจสอบของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และมีหนังสือร้องเรียนไปที่ รมว.อุตสาหกรรม ให้ดำเนินการปล่อยสินเชื่อชะลอเลิกจ้างงานที่เป็นปัญหาดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม กรรมการเอสเอ็มอีแบงก์ที่ถูกฟ้องยังอยู่ระหว่างการพิจารณาใช้สิทธิปกป้องตัวเองฟ้องกับนายโสฬสในข้อหาแจ้งความเท็จต่อไป
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อนายโสฬสถึงรายละเอียดที่ฟ้องร้องคณะกรรมการเอสเอ็มอีแบงก์ และกำลังถูกเอสเอ็มอีแบงก์ฟ้องเรียกค่าเสียหาย แต่ไม่สามารถติดต่อได้
แหล่งข่าวจากเอสเอ็มอีแบงก์เปิดเผยว่า หลังจากที่นายโสฬสถูกคณะกรรมการธนาคารสั่งเลิกจ้าง โดยกล่าวหาว่าปล่อยสินเชื่อหละหลวมทำให้เกิดหนี้เสียจำนวนมาก ธนาคารได้รับผลกระทบมาก พนักงานธนาคารไม่กล้าให้กู้กับลูกค้าที่ไม่แน่ใจว่าปล่อยกู้ไปแล้วจะกลายเป็นหนี้เสียภายหลังหรือไม่ ยิ่งทำให้สินเชื่อของธนาคารลดลง หนี้เสียยิ่งดูเหมือนมากขึ้น ประกอบกับการแข่งขันสูง ทำให้ลูกค้าดีๆ หนีไปอยู่กับธนาคารพาณิชย์หมด
สำหรับพนักงานเองก็กลัวจะมีโอกาสโดนโทษทางวินัยทั้งที่เป็นการปล่อยกู้ให้ตามนโยบาย
“ปัญหาคือผู้ใหญ่มักจะสั่งการโดยปากเปล่า ไม่มีคำสั่งอย่างเป็นทางการมา พนักงานจึงไม่มีหลักฐานมาต่อสู้เมื่อเกิดปัญหา” แหล่งข่าวเปิดเผย







