
เกียรตินาคินปรับเงื่อนไขให้กู้อสังหาฯ
“เกียรตินาคิน” ปรับเกณฑ์ปล่อยกู้ช่วยลูกค้าโครงการอสังหาริมทรัพย์ จูงใจให้ก่อสร้างแบบพรีแฟบ หลังเจอวิกฤตขาดแคลนแรงงาน หวังดันยอดสินเชื่อปีนี้เข้าเป้า
“เกียรตินาคิน” ปรับเกณฑ์ปล่อยกู้ช่วยลูกค้าโครงการอสังหาริมทรัพย์ จูงใจให้ก่อสร้างแบบพรีแฟบ หลังเจอวิกฤตขาดแคลนแรงงาน หวังดันยอดสินเชื่อปีนี้เข้าเป้า
นายวิศรุต ปัญญาภิญโญผล ผู้อำนวยการฝ่ายสินเชื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สายสินเชื่อธุรกิจ ธนาคารเกียรตินาคิน เปิดเผยว่า จากปัญหาการขาดแคลนแรงงานอย่างหนักในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ ซึ่งมีความเสี่ยงที่หลายโครงการอาจประสบปัญหาในการเดินหน้าก่อสร้างโครงการ ทำให้ธนาคารมีการปรับรูปแบบการให้สินเชื่อใหม่เพื่อช่วยเหลือลูกค้า โดยปรับเกณฑ์การให้สินเชื่อสำหรับโครงการที่ใช้การก่อสร้างแบบสำเร็จรูป (พรีแฟบ) ให้ง่ายขึ้น เพื่อจูงใจลูกค้าให้ใช้วิธีนี้
เกณฑ์ใหม่นี้ ลูกค้าที่ใช้การก่อสร้างในรูปแบบพรีแฟบจะสามารถเบิกใช้สินเชื่อได้ทันทีตั้งแต่เริ่มก่อสร้างโครงการ จากเดิมที่ลูกค้าต้องดำเนินการก่อสร้างบางส่วนไปก่อนและให้ธนาคารไปตรวจไซต์งาน ซึ่งถือเป็นวิธีกระตุ้นให้ลูกค้าหันมาใช้วิธีก่อสร้างแบบสำเร็จรูปซึ่งช่วยลดปัญหาขาดแคลนแรงงานได้มากขึ้น
นอกจากนี้ยังเป็นการผลักดันให้ยอดสินเชื่อของธนาคารในปีนี้เป็นไปตามเป้าหมาย
“ขณะนี้ลูกค้าที่เราอนุมัติสินเชื่อไปแล้วแต่ยังไม่เบิกใช้ก็มี เพราะก่อสร้างไม่ได้ไม่มีแรงงาน ลูกค้าเราส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและรายย่อย ซึ่งเสียเปรียบรายใหญ่ในเรื่องชื่อเสียง เงินทุนหมุนเวียนอยู่แล้ว การแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานคือต้องก่อสร้างแบบสำเร็จรูป ซึ่งธนาคารทำให้คล่องตัวขึ้น ลูกค้าไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทุน สภาพคล่อง” นายวิศรุต กล่าว
นายวิศรุต กล่าวต่อไปว่า เชื่อว่าการปรับกลยุทธ์ของธนาคารจะช่วยให้การเบิกจ่ายสินเชื่อในปีนี้เป็นไปตามเป้า โดยมียอดปล่อยสินเชื่อใหม่ในปีนี้ที่ 2.4 หมื่นล้านบาท และมียอดสินเชื่อคงค้าง ณ สิ้นปีที่ 2 หมื่นล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 2 พันล้านบาท จากปีที่ผ่านมา
สำหรับกลยุทธ์ในปีหน้าธนาคารจะให้ความสำคัญกับโครงการในแนวดิ่งมากขึ้นเพราะเป็นที่นิยมของตลาด โดยจะเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อในพอร์ตจากปัจจุบันที่มีแนวราบ 70 % แนวดิ่ง 30% เป็นแนวราบ 60 % แนวดิ่ง 40% และจะมีการเจาะตลาดต่างจังหวัดมากขึ้น โดยเฉพาะในแถบภาคเหนือ เนื่องจากปัจจุบันธนาคารยังมีส่วนแบ่งตลาดน้อย ขณะที่ภาคใต้และภาคตะวันออกมีฐานลูกค้าอยู่พอสมควรแล้ว







