
ประกันดองเบี้ยรถร่วม60วัน
คปภ.บ่น4ปีบังคับประชาชนแต่เอกชนไม่ปฏิบัติตามกฎ
คปภ.บ่น4ปีบังคับประชาชนแต่เอกชนไม่ปฏิบัติตามกฎ
คปภ.บ่นอุบ บริษัทประกันภัยยังบันทึกบัญชีเบี้ยรถยนต์ภาคสมัครใจล่าช้าร่วม 60 วัน
แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า คปภ.ประกาศใช้เกณฑ์ชำระเบี้ยประกันภัยรถตาม พ.ร.บ.และการประกันภัยรถภาคสมัครใจก่อนถึงจะได้รับความคุ้มครอง หรือระบบ “Cash Before Cover” หรือ “แคช บีฟอร์ คัฟเวอร์” มาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2552 ปรากฏว่า 4 ปีผ่านไป สามารถบังคับใช้ได้เฉพาะกับประชาชนได้เป็นอันดับแรก และบริษัทประกันภัยสามารถบันทึกเบี้ยประกันภัย พ.ร.บ.ได้ภายใน 7 วัน และ 15 วัน
“แต่เบี้ยประกันภัยภาคสมัครใจ ซึ่งเป็นเบี้ยที่มีจำนวนมากที่สุดของระบบ ส่วนใหญ่บังบันทึกบัญชี 60 วัน แทบจะไม่พัฒนาเลย ซึ่งจริงๆ ควรจะเร็วกว่านั้น เพราะให้ทางโบรกเกอร์ส่งเข้าบริษัทประกันภัยเดือนละ 2 ครั้ง หรือทุก 15 วัน” แหล่งข่าวจาก คปภ.เปิดเผย
อย่างไรก็ตาม คปภ.ไม่สามารถบังคับให้บริษัทประกันภัยบันทึกบัญชีเบี้ยประกันภัยได้เร็วกว่านี้ได้ เพราะขึ้นอยู่กับจิตสำนึกที่จะพัฒนาระบบการบริหารงานภายในของแต่ละบริษัทและฐานะการเงินยังไม่มีปัญหา ประกอบกับไม่มีประชาชนเดือดร้อนเรื่องดังกล่าว แต่เป็นการสะท้อนการพัฒนาของบริษัทประกันภัย
แหล่งข่าวจาก คปภ. เปิดเผยว่า ผู้บริหารของบริษัทประกันภัยมีวิสัยทัศน์ที่ต่างกันและมีทุนในการพัฒนาไม่เท่ากัน การปฏิบัติตามเกณฑ์ใหม่ของ คปภ.เพื่อยกระดับระบบบริหารจัดการให้มีความเป็นมืออาชีพและทัดเทียมมาตรฐานสากล จึงไม่เป็นไปในแนวเดียวกันทุกบริษัท รวมถึงเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนตามประเภทความเสี่ยง หรือ RBC ยังมี 4-5 บริษัทที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
“เงินกองทุนเขาไม่ได้ขาด แต่มันพอดี 125% และมีการทำบัญชีที่ยังไม่ถูกต้องตามเกณฑ์ที่ คปภ.กำหนด เช่น จะต้องให้มีการติดตามหนี้ที่ค้างไม่ให้สะสมมากเกินไป หรือควรจะลดสินทรัพย์บางอย่างที่ไม่มีสภาพคล่องลง ซึ่งมีที่ยอมรับฟังและแก้ไข แต่ยังมีบางบริษัทที่ไม่ยอมแก้ไขและเรียกกี่ครั้งก็ไม่มาพบ คปภ. ซึ่งทาง คปภ.ใช้อำนาจไม่ให้ขายประกันแก่ลูกค้ารายใหม่เพื่อลดความเสียหาย หากเกิดอะไรขึ้นในอนาคต” แหล่งข่าวจาก คปภ.เปิดเผย
แหล่งข่าวจาก คปภ. เปิดเผยอีกว่า การกำกับดูแลบริษัทประกันวินาศภัยจะมีลักษณะเฉพาะ มีสัญญาที่จะต้องผูกพันระยะยาว ต้องให้เวลาในการแก้ไขปัญหา และช่วยให้คำปรึกษาเพื่อให้นำพาบริษัทไปให้รอด เพราะถ้าใช้มาตรการรุนแรงหรือสั่งปิดทันที จะทำให้ประชาชนเดือดร้อน แตกต่างจากธุรกิจที่ซื้อมาขายไป จะสั่งปิดวันไหนก็ไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน







