
ทองคำกลับมาเป็นขาลงอีกครั้ง
การบริหารเงินลงทุนและการลดความเสี่ยงจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะนักลงทุน Gold Futures
โดย...นายแพทย์กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกลุ่มเอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก
เป็นที่พลิกความคาดหมายอย่างมากในการตกของราคาทองคำในค่ำคืนวันศุกร์ จากการที่ค่าเงินเหรียญสหรัฐเองแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากรับรู้ข่าว|ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Non-Farm Payrolls) ของสหรัฐที่ดีขึ้น แม้ตัวเลขอัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) จะปรับตัวสูงขึ้นมา 0.1% ก็ตาม โดยที่ค่าเงินยูโรเองปรับตัวอ่อนค่าลงประมาณ 100 pips โดยหลุดจากระดับ 1.2945 เหรียญสหรัฐ/ยูโร ลงมาอยู่ที่ระดับ 1.2840 เหรียญสหรัฐ/ยูโร จากสาเหตุความไม่แน่นอนของประเทศกรีซในการรับความช่วยเหลือ รวมทั้งสเปนเองก็ยังไม่ได้ยื่นขอความช่วยเหลืออย่างชัดเจน
ทั้งสองประเทศนี้ยังเป็นตัวกดดันค่าเงินยูโรอยู่ตลอดเวลา ใน 2 ประเด็นดังกล่าวจึงกดดันทำให้มีแรงเทขายในตลาดทองคำอย่างหนาแน่น และเมื่อราคาทองคำหลุดแนวรับสำคัญทางจิตวิทยาที่สำคัญที่ระดับ 1,700 เหรียญสหรัฐลงมา ก็เกิดแรงเทขายอย่างต่อเนื่อง ทำให้ราคาหลุดลงมาถึงระดับ 1,690 เหรียญสหรัฐอย่างรวดเร็ว และยังหลุดลงไปต่อเนื่องทำจุดต่ำสุดของวันในช่วงปิดตลาด COMEX ในคืนวันศุกร์ที่ระดับ 1,678 เหรียญสหรัฐ/ ออนซ์ โดยประมาณ
การปรับตกลดลงอย่างรวดเร็วของราคาทองคำกว่า 30 เหรียญสหรัฐในคืนเดียว หรือตกลงประมาณ 2% สร้างความมึนงงให้กับนักลงทุนในตลาดทั่วโลกพอสมควร หลังจากที่ราคาสามารถยืนอยู่เหนือระดับ 1,700 เหรียญสหรัฐได้เป็นเวลากว่า 7 วัน ที่รูปแบบแพตเทิร์นของราคาต่างๆ เป็นลักษณะของการเริ่มจะกลับทิศทางด้วยซ้ำไป อย่างไรก็ดี เหตุที่เกิดในตลาดก็ต้องถือว่าเป็นสิ่งที่นักลงทุนจะต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการลงทุนให้ทันต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป และการที่ทองคำปรับตกในคืนวันศุกร์ก็กดดันทำให้ภาพรวมของแนวโน้มราคาทองคำกลับมาเป็นขาลงต่ออีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่หยุดตกได้มาเป็นเวลากว่า 7 วัน
นักลงทุนควรบริหารเงินลงทุนและความเสี่ยงอย่างไร
ในสภาวะที่ราคาทองคำตกแบบไม่คาดหมายแบบนี้ และการปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว เกิดจากภาวะ Stop Selling ของนักลงทุนที่ระดับ 1,700 เหรียญสหรัฐ และ 1,690 เหรียญสหรัฐ จึงเป็นเหตุทำให้ราคาหลุดลงมาอย่างรวดเร็ว สิ่งที่นักลงทุนโดยทั่วไปจะต้องคำนึงและกระทำกันคือการบริหารความเสี่ยง และการทำ Stop Loss ก็เป็นจุดที่ทำให้ราคาปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วดังกล่าวมาแล้ว ดังนั้นการบริหารเงินลงทุนในสภาวะที่พลิกผันไปจึงมีความสำคัญ รวมทั้งเป็นสภาวะที่ราคาพลิกจากขึ้นเป็นลงในเวลาวันเดียวกว่า 30 เหรียญสหรัฐ สิ่งที่สำคัญก็คือ แนวโน้มกลับมาเป็นขาลงลึกอีกครั้งหนึ่ง (โปรดอย่าลืมว่า แนวโน้มเดิมเองของเก่าก็เป็นขาลงอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าราคากำลังทดสอบด่านสุดท้าย ที่ระดับ 1,730 เหรียญ เพื่อจะเป็นขาขึ้นในช่วงวันพฤหัสบดี)
ดังนั้น การบริหารเงินลงทุนและการลดความเสี่ยงจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะนักลงทุน Gold Futures หรือนักลงทุนที่ใช้ Leverage และ Margin จำเป็นที่จะต้องปรับลดสถานะ Portfolio ลง เพื่อปรับลดความเสี่ยงและควบคุมสภาวะการขาดทุนให้น้อยที่สุด การบริหารพอร์ตให้สมดุลและการใช้ Stop Loss รวมไปทั้งการปรับลดพอร์ต จึงเป็นเรื่องที่นักลงทุนควรจะต้องนำมาใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะที่ราคาทองคำเริ่มกลับมาเป็นทิศทางขาลงเช่นนี้
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
การที่ราคาทองคำกำลังปรับตัวและขึ้นไปชนแนวต้านด้านบน ที่ระดับ 1,730 เหรียญสหรัฐ และไม่สามารถฝ่าขึ้นไปได้ ในที่สุดกลับปรับตัวตกลงมา และยังทำจุดต่ำสุดใหม่ โดยหลุดระดับ 1,700 เหรียญสหรัฐลงมา ทำให้กดดันเกิดสภาวะขาลงอย่างต่อเนื่อง
ในเชิงเทคนิคเองราคาก็หลุดแนวรับสำคัญ คือ เส้นค่าเฉลี่ย 100 วัน และค่าเฉลี่ย 200 วัน ที่ระดับ 1,690 เหรียญสหรัฐ และ 1,683 เหรียญสหรัฐลงมา โดยมีปริมาณการซื้อขายค่อนข้างหนาแน่น จึงถือว่าเป็นการตกที่มีนัยสำคัญ และการที่หลุดระดับแนวรับสำคัญ ทำให้รูปแบบฟอร์มของกราฟต่างๆ เริ่มเข้าสู่ขาลงอย่างสมบูรณ์ แม้ว่า RSI จะเริ่มแสดง|สัญญาณการขายเกินอย่างมากก็ตาม วิเคราะห์ได้ว่า แนวโน้มหลักของราคาทองคำเป็นขาลงและมีโอกาสที่จะปรับตัวลดลงต่อเนื่องได้อีก โดยมีแนวรับถัดไปเบื้องต้น ที่ระดับ 1,668 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นระดับ Fibonacci Retracement 61.8% ซึ่งถือว่าเป็นแนวรับแรกที่ใกล้ที่สุด และแนวรับลึกถัดไปอยู่ที่ระดับ 1,620 เหรียญสหรัฐด้วยซ้ำไป จึงจำเป็นที่นักลงทุนจะต้องคิดในการบริหารพอร์ตการลงทุนให้รวดเร็ว และเหมาะสมกับสภาวะตลาดและความเสี่ยง
สนใจการลงทุนในทองคำและปรึกษาการลงทุน ติดต่อหมายเลข 02-222-6222 แผนก Marketing







