posttoday
"ว่อมกระเป๋า"เงินล้าน

"ว่อมกระเป๋า"เงินล้าน

04 พฤศจิกายน 2555

ธุรกิจติดดาววันนี้ภูมิใจนำเสนอธุรกิจ “รับซ่อมกระเป๋า” ธุรกิจที่คุณคิดไม่ถึงว่าจะสร้างรายได้มหาศาลให้กับผู้ที่ลงมือทำ หลายคนอาจจะเป็นธุรกิจเล็กๆ ที่ไม่มีเกียรติยศ แต่เชื่อหรือไม่ว่า ผู้ที่ริเริ่มสร้างธุรกิจขึ้นมาจนปัจจุบันขยายวงกว้างมีเครือข่ายออกไปอย่างกว้างขวางในหลายพื้นที่ เป็นผู้มีความรู้จบการศึกษาด้านวิศวกรรมเสียด้วยซ้ำไป

ธุรกิจติดดาววันนี้ภูมิใจนำเสนอธุรกิจ “รับซ่อมกระเป๋า” ธุรกิจที่คุณคิดไม่ถึงว่าจะสร้างรายได้มหาศาลให้กับผู้ที่ลงมือทำ หลายคนอาจจะเป็นธุรกิจเล็กๆ ที่ไม่มีเกียรติยศ แต่เชื่อหรือไม่ว่า ผู้ที่ริเริ่มสร้างธุรกิจขึ้นมาจนปัจจุบันขยายวงกว้างมีเครือข่ายออกไปอย่างกว้างขวางในหลายพื้นที่ เป็นผู้มีความรู้จบการศึกษาด้านวิศวกรรมเสียด้วยซ้ำไป

ถ้ารายได้ธุรกิจนี้ไม่ดี วิศวกรผู้นี้คงไม่ละทิ้งงานที่ทุกคนมองว่ามีอนาคต มาลุยรับซ่อมกระเป๋าอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันแน่

ลองไปติดตามธุรกิจรับซ่อมกระเป๋า ผ่านวิธีคิดของ วินิจ ลิ่มเจริญ เจ้าของร้านรับซ่อมกระเป๋าชื่อ Ninebags ซึ่งประกาศรับซ่อมกระเป๋าทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น แบรนด์เนม โนเนม ซ่อมได้หมดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า Louis Vuitton Chanel Gucci Kipling หรือกระเป๋าที่เราหิ้วอยู่ธรรมดายังซ่อมได้ แถมราคาย่อมเยาด้วย

“ร้านผมไม่ว่าจะเสียตรงไหน ไม่ว่าจะซ่อมตรงไหน ทำได้หมด แล้วราคาก็ไม่ไกลเกินเอื้อมครับ อย่างหน้าร้านก็ขั้นต่ำนะร้อยบาท สูงสุดก็ต้องแล้วแต่อาการ แล้วก็แต่ละชนิดของกระเป๋า ตั้งแต่หลักร้อยบาท หลักพันบาท สูงสุดที่เคยรับซ่อมมาหลักหมื่นบาทครับ เป็นกระเป๋าแบรนด์เนมราคาเหยียบล้านบาท” วินิจ บอกเล่าด้วยความภาคภูมิใจ

กระเป๋าที่นำมาซ่อมส่วนใหญ่แล้วจะซ่อมแตกต่างกัน อย่างกระเป๋าเดินทางส่วนใหญ่ที่เจอกันบ่อยๆ ก็คือเรื่องล้อ อาจจะเกิดจากที่เวลาสายการบินโหลดหรืออาจจะโยนเข้าสายพาน ก็จะทำให้ล้อเสียหายได้ รวมไปถึงพวกคันชัก หูหิ้วจะขาด เพราะว่าใส่ของหนัก แล้วก็มีซิปซึ่งเป็นจำพวกซิปแตก

"ว่อมกระเป๋า"เงินล้าน

 

ถ้าเป็นกระเป๋าสุภาพสตรีก็คล้ายๆ กัน ก็จะเจอปัญหาเรื่องซิป และซับในที่เปื่อยยุ่ย เพราะว่าคุณสุภาพสตรีส่วนใหญ่จะซื้อมาเก็บมากกว่าใช้ พอเก็บไว้นานๆ จะมีปัญหา เพราะบ้านเราเป็นเมืองร้อน การเก็บในอุณหภูมิสูงก็จะทำให้ซับในเสื่อมเร็วมากก็ต้องมาแก้ไขกัน

วินิจ บอกว่า ตั้งแต่เปิดร้านและทำธุรกิจนี้มา 4 ปี ได้ซ่อมกระเป๋าไปแล้วเกือบ 3 หมื่นใบ

ใบแรกๆ บางทีก็ซ่อมฟรี เก็บเงิน 40 บาทบ้าง 50 บาทบ้าง เราก็บอกลูกค้าไปตรงๆ นะครับว่าผมมือใหม่ เอามาให้ผมลองซ่อมก็ถือว่ามีพระคุณแล้ว ตอนนั้นผมไม่สามารถจะคิดเขาแพงได้ แต่วันนี้ปรับขั้นต่ำมาอยู่ที่ 100 บาท ที่หน้าร้าน แล้วก็ขั้นต่ำ 250 บาท กรณีที่ผ่านตัวแทน

ถ้าเฉลี่ยระดับราคาซ่อมกระเป๋าที่ 250 บาท 3 หมื่นใบ ก็มีรายได้ตก 7.5 ล้านบาท

แต่ถ้าราคาเฉลี่ยในการซ่อมที่ระดับใบละ 500 บาท รับซ่อมมา 3 หมื่นใบ ก็คิดเป็นรายได้รวม 15 ล้านบาท ถือว่ามากโข...

บอกแล้วว่ารายได้จากการทำมาหากินด้วยการรับซ่อมกระเป๋าไม่เบาทีเดียว

ถามว่า คุณวินิจเรียนการเย็บหรือว่าซ่อมกระเป๋ามาก่อนหรือเปล่า วินิจ บอกว่า ไม่ได้เรียนด้านนี้มาโดยตรง อาชีพเดิมผมเป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์ มึน งง มั้ยครับ...

อะไรดลใจให้คุณวินิจเลิกจากการเป็นวิศวกรมาเย็บกระเป๋าน่าจะเป็นคำถามที่หลายคนสงสัย

วินิจ บอกว่า น่าจะเหมือนกับหลายๆ คนที่ใฝ่ฝันอยากมีธุรกิจของตัวเอง ผมเป็นหนึ่งในนั้น ก็ทำงานเป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์มา 12 ปี ก็รู้สึกว่าตัวเองพร้อมแล้ว เก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้มากพอแล้ว ก็อยากทำธุรกิจของตัวเอง ตอนนั้นมีเพื่อนที่ทำโรงงานกระเป๋าอยู่ ผมก็ทำธุรกิจง่ายๆ เลยครับ ซื้อมาขายไป

ก็มาเปิดร้านขายกระเป๋าเดินทาง แต่ว่ามันไม่ได้เป็นไปตามที่เราฝัน ยอดขายมันไม่ได้ดี ก็เลยต้องหนีตาย จากที่เราอยู่หน้าร้านเราก็ไปขายตามงานอีเวนต์ ขายตามหน่วยงานราชการ แต่โอกาสมันมาถึงก็คือ ทุกครั้งที่ไปออกบูธจะมีลูกค้ามาถามว่า กระเป๋าพี่เสีย น้องมีที่ซ่อมหรือเปล่า เริ่มฟังบ่อยขึ้นๆ ก็เลยเริ่มเห็นว่ามันน่าจะเป็นโอกาสในการทำธุรกิจได้ ก็เลยเริ่มศึกษาเอากระเป๋าในร้านที่ขายได้บ้างไม่ได้บ้างมารื้อเล่นเลย

ด้วยความที่เรามีพื้นฐานด้านวิศวกร แกะมันออกมาเป็นชิ้นๆเลย แล้วก็ลองมาดูว่าหลักการการทำงานมันเป็นอย่างไร วันดีคืนดีก็มีคุณพี่ท่านหนึ่งแกเอากระเป๋าของบรรพบุรุษ อายุน่าจะเป็น 100 ปีเลย สมัยเสื่อผืนหมอนใบมาจากเมืองจีนเลย มาให้ซ่อม ปลวกกินทั้งใบ ผมก็อาสาไปหาที่ซ่อมให้ ปรากฏว่าทุกร้านเห็นสภาพแล้วก็ส่ายหัว ไม่มีใครทำ

ไหนๆ เราก็รับปากเขามาแล้วก็เลยกลับไปหาพี่เขาใหม่ แล้วก็บอกว่า ผมคงต้องทำให้พี่เอง แต่ว่าผมขอเวลาเพราะผมจะต้องศึกษา หลังจากนั้นผมก็ไปเรียน ก็คิดว่าต้องทำอะไรบ้าง ต้องเย็บจักรเป็น ผมก็ไปเรียนเย็บจักรอุตสาหกรรม เลยไปนั่งเรียนกับสาวโรงงานเลย

"ว่อมกระเป๋า"เงินล้าน

 

เท่านั้นยังไม่พอ ต้องเข้าใจแพตเทิร์นของกระเป๋า ผมก็ไปเรียนฝึกอาชีพทำกระเป๋า ก็ไปฝึกมา แต่เราไม่ได้บอกคุณครูว่าเราเรียนมาเพื่ออะไร ทุกครั้งเราก็จะหิ้วกระเป๋าใบนี้ไปถามครูว่า เทคนิคอย่างนี้ทำอย่างไร สีตรงนี้แต่งอย่างไร ผมใช้เวลาหิ้วกระเป๋าใบนั้นหิ้วไปหิ้วมาอยู่ 2 เดือน จนในที่สุดผมก็ซ่อมสำเร็จ แล้วผมก็ไปคืนคุณพี่ท่านนั้น ผมคิดค่าซ่อมแกประมาณ 500 บาท แกทิปมาให้ผมอีกประมาณ 200-300 บาท ด้วยความประทับใจมาก เพราะว่าผมทำกลับมาได้ มันเป็นของที่มีคุณค่าทางจิตใจของแก

กระเป๋าใบนั้นเป็นจุดเริ่มต้น คือผมเป็นคนชอบงานบริการ ผมเป็นคนที่ชอบใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน หลังจากวันนั้นก็เลยยุบร้านขายกระเป๋า และขึ้นป้ายว่า รับซ่อมกระเป๋าในนาม Ninebags

อะฮ้า เห็นประกายความคิดแล้วอยากรู้ใช่มั้ยว่า คนเคยเป็นวิศวกร มีความรู้ ทำงานในสำนักงาน แล้ววันหนึ่งมาเป็นช่างเย็บกระเป๋า ซึ่งก็ไม่แตกต่างกับความรู้สึกของคนทั่วไปว่าไม่ต่างจากช่างเย็บรองเท้า

วินิจ บอกว่า ไม่ได้คิดอย่างนั้นเลยครับ ผมคิดว่าถ้าผมน้อยใจผมคงไม่ทิ้งอาชีพวิศวกรที่คนส่วนใหญ่มองว่านั่นคือความมั่นคง รายได้ผมตอนนั้นก็ไม่ได้ขี้เหร่ แล้วก็มีโอกาสก้าวหน้าอยู่ในบริษัทที่ใหญ่โต แต่ผมคิดว่าเป็นความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก

ผมบอกตัวเองเสมอว่าผมชอบทำงานบริการ ผมทำงานที่ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ แล้วตรงนี้มันตอบโจทย์ แล้วที่สำคัญที่สุดคือเมื่อลูกค้าได้รับงานไปแล้ว เราได้เห็นรอยยิ้มของลูกค้าที่เหมือนเราไปช่วยแก้ปัญหาให้เขา รู้สึกว่ามันมีคุณค่ามากกว่าเงินอย่างเดียวที่เราได้รับ

ปัจจุบันงานซ่อมกระเป๋าของวินิจฮิตติดลมชนิดที่ลูกค้าต่อรอคิวกันทีเดียว

“ระยะเวลาในการซ่อมขึ้นอยู่กับแต่ละประเภทกระเป๋า แล้วก็อาการเสียของกระเป๋านั้นๆ แต่โดยเฉลี่ยตอนนี้เรานัดลูกค้าไว้อยู่ประมาณ 2-3 สัปดาห์ เพราะว่าตอนนี้งานเราเข้ามาเยอะมาก ก็ต้องขอความเห็นใจจากลูกค้าว่าท่านใดที่ไม่เร่งด่วน เราก็อาจจะขอทำให้คนที่ต้องเร่งด่วนต้องเดินทาง อาจจะอยู่ภายในเวลาวันหรือสองวันเราก็ทำได้ครับ ณ ตอนนี้เราก็มีจุดส่งซ่อมอื่นๆ อย่างภายในกรุงเทพฯ ผมก็มีพันธมิตรที่เป็นหน้าร้านในการรับซ่อมให้เราอยู่แล้วร่วม 20 กว่าแห่งแล้ว”

20 กว่าแห่งนั่นคือหน้าร้านที่เป็นผู้รับกระเป๋าจากลูกค้ามาให้ซ่อม

“พันธมิตรผมเขามีธุรกิจหลักอยู่แล้ว อย่างเช่นร้านซักอบรีด ร้านขายกระเป๋าที่อยู่ตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ แม้กระทั่งร้านกาแฟ ร้านเสริมสวย อะไรก็ได้ที่ดูแล้วว่าไปกันได้ ก็มาร่วมทำธุรกิจกัน

ผมมีรถวิ่งไปรับถึงที่เลยครับ ก็คือหน้าร้านมีหน้าที่รับแล้วก็ส่งมอบคืนลูกค้าแค่นั้น ก็จะได้ค่าคอมมิชชันจากงานซ่อมของเรา โมเดลแบบนี้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์

ลูกค้าไม่ต้องเดินทางมาไกล บางคนอาจจะไม่สะดวกมาที่ถนนจันทน์แห่งนี้ ลูกค้าอยู่แถวรังสิต คุณก็สามารถส่งที่ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิตได้ เรามีหน้าร้านที่ขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ขายกระเป๋าคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว คุณก็ไปส่งที่นั่นได้ ผมก็มีรถวิ่งไปรับ เฉลี่ยแล้วก็อาทิตย์ละครั้ง คอมมิชชันที่หน้าร้านได้ตอนนี้ก็อยู่ที่ 20-25% จากค่าซ่อม”

เป็นอย่างไรกันบ้างกับวิธีการคิด วิธีการทำงานของร้านซ่อมกระเป๋า

“วันนี้ผมภูมิใจครับ วันที่เริ่มต้นทำไม่มีใครเห็นด้วยกับผม ในวันที่ผมทิ้งอาชีพที่ทุกคนเห็นว่านั่นคือความมั่นคง แต่วันนี้ผมก็พิสูจน์ให้เห็นว่า มันสามารถทำเป็นอาชีพได้จริงถ้าเราคิดจะทำ” วินิจ บอกเล่าด้วยความรู้สึกที่เต็มเปี่ยม

นอกเหนือจากการซ่อมกระเป๋า วินิจยังคิดไกลขนาดว่าจะสร้างกระเป๋าเป็นของตัวเองด้วย ยังมีเรื่องราวน่าสนใจอีกมาก ติดตามต่อได้ในรายการธุรกิจติดดาว

คุณวินิจทำให้พวกเราคิดได้ว่าการทำธุรกิจต้องคิดใหญ่ครับ

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน