
นิสสันควัก1.1หมื่นล.
ตั้งโรงงานที่สองชิงแชร์ตลาดอาเซียนเพิ่มเป็น15%
ตั้งโรงงานที่สองชิงแชร์ตลาดอาเซียนเพิ่มเป็น15%
นิสสันทุ่ม 1.1 หมื่นล้าน ผุดโรงงานแห่งที่ 2 เพิ่มกำลังการผลิตรถกระบะอีก 1.5 แสนคันต่อปี ดันแชร์ตลาดอาเซียนเพิ่มเป็น 15%
นายฮิโรโตะ ไซกาวา รองประธานบริหาร บริษัท นิสสัน มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า บริษัทได้ประกาศแผนลงทุนใหม่ของบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) มูลค่า 1.1 หมื่นล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานผลิตรถยนต์แห่งที่ 2 ในประเทศไทย เนื้อที่กว่า 150 ไร่ ย่านบางนา-ตราด เพิ่มกำลังการผลิตอีก 1.5 แสนคันต่อปี โดยจะเริ่มผลิตได้ในเดือน ส.ค. 2557
ทั้งนี้ ช่วงเริ่มต้นจะเริ่มดำเนินการผลิตจำนวน 7.5 หมื่นคันต่อปี และจะเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิตในปี 2559 ซึ่งโรงงานดังกล่าวจะผลิตรถกระบะเป็นหลักจากเดิมกำลังการผลิตอยู่ที่ 2.2 แสนคันต่อปี เมื่อรวมกับกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น 1.5 แสนคันต่อปี บริษัทจะมีกำลังการผลิตเพิ่มเป็น 3.7 แสนคันต่อปี
การลงทุนดังกล่าว เป็นการสนับสนุนแผนธุรกิจนิสสัน เพาเวอร์ 88 ที่ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดรวมในภูมิภาคอาเซียนที่ 15% หรือมียอดจำหน่ายอยู่ที่ 5 แสนคัน ในปี 2559 จากปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 10% และตั้งเป้าการผลิตเป็น 7 แสนคันต่อปี จากปัจจุบันผลิตอยู่ที่ 4 แสนคันต่อปี โดยจะนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมามากกว่า 10 รุ่น
“ประเทศไทยถือได้ว่ามีบทบาทสำคัญในการเป็นฐานการส่งออกรถยนต์ไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก พร้อมทั้งยังเชื่อมั่นเศรษฐกิจของตลาดอาเซียน ซึ่งยังถือเป็นตลาดสำคัญของการจำหน่ายรถยนต์ของนิสสัน ซึ่งการลงทุนดังกล่าวของบริษัทประเทศไทย ถือได้ว่ามีกำลังการผลิตสูงสุดของนิสสันทั่วโลก” นายไซกาวา กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทยังมีความมั่นใจในการลงทุนในบริเวณที่ตั้งโรงงานเดิม เพราะเชื่อมั่นต่อการจัดการสถานการณ์อุทกภัยของรัฐบาล ขณะเดียวกันบริษัทยังได้เตรียมมาตรการป้องกันและการสำรองแหล่งการผลิตอื่นๆ ไว้หากเกิดกรณีฉุกเฉิน และได้ทำเขื่อนป้องกันที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลกว่า 1.5 เมตร เพื่อป้องกันอีกทางหนึ่ง
นายทาคายูกิ คิมูระ ประธานบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า สำหรับในประเทศไทยบริษัทได้ตั้งเป้าหมายในการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดเป็น 15% ในปี 2559 รวมถึงการขยายศูนย์จำหน่ายและบริการเพิ่มขึ้นเป็น 250 แห่ง จากปัจจุบันมีจำนวน 173 แห่งทั่วประเทศ และล่าสุดบริษัทได้ปรับเป้าจำหน่ายในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 1.32 แสนคัน จากเดิม 1.2 แสนคัน เนื่องจากในไตรมาสสุดท้ายจะได้รับประโยชน์จากโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรก ซึ่งคาดว่าภาพรวมตลาดรถยนต์ในปีนี้ จะมียอดจำหน่ายรวมที่ 1.31.4 ล้านคัน
อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ปรับสัดส่วนการส่งออกจากเดิมที่มีการส่งออกจำนวน 1.4 แสนคัน เหลือ 1.3 แสนคัน เพื่อลดระยะเวลาการส่งมอบรถยนต์ในประเทศ ที่ปัจจุบันมียอดค้างส่งรถยนต์ (แบ็กออร์เดอร์) จำนวน 3 หมื่นคัน หรือประมาณ 2 เดือน ซึ่งคาดว่าจะสามารถช่วยบรรเทาได้บางส่วนนาย ประพัฒน์ เชยชม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ อาวุโส การตลาดและขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า สำหรับความร่วมมือในการว่าจ้างให้บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) ให้มีการผลิตรถกระบะ นิสสัน นาวารา จำนวน 6 หมื่นคันต่อปี ซึ่งมีอายุสัญญาไปจนกระทั่งปีงบประมาณ 2557 จะไม่มีการยกเลิกสัญญาในการผลิตดังกล่าวใดๆ โดยจะต้องพิจารณาอีกครั้งในช่วงใกล้หมดอายุสัญญาดังกล่าว ซึ่งจะต้องขึ้นอยู่กับความต้องการและความเหมาะสมต่อไป
นอกจากนี้ สำหรับโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรก 1 แสนบาทของรัฐบาล ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธ.ค. 2555 มองว่าหลังจากสิ้นสุดโครงการดังกล่าว เทรนด์การซื้อรถยนต์อีโคคาร์ จะได้รับความสนใจมากขึ้นกว่าปัจจุบัน เนื่องจากสามารถตอบโจทย์ในทุกด้านได้เป็นอย่างดี ดังนั้นบริษัทจึงยังคงนโยบายการรักษาความเป็นผู้นำตลาดอีโคคาร์ต่อไป







