
ลุ้นกรีซอีก16พ.ย.หนี้เน่า
ขอยืดเวลาลดรายจ่ายไม่สำเร็จยุโรปตัดสินช่วยไม่ช่วย12พ.ย.นี้
ขอยืดเวลาลดรายจ่ายไม่สำเร็จยุโรปตัดสินช่วยไม่ช่วย12พ.ย.นี้
เจรจากรีซกับกลุ่มเจ้าหนี้เจอทางตัน ยังตกลงกันไม่ได้จะขยายการใช้เงื่อนไขออกไปหรือไม่ กรีซเสี่ยงเป็นหนี้เน่าอีกแล้ว หากไม่ได้เงินจ่ายหนี้ในวันที่ 16 พ.ย.นี้
การเจรจาระหว่างรัฐบาลกรีซและคณะผู้ตรวจสอบบัญชีจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) สหภาพยุโรป (อียู) และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ซึ่งเป็นกลุ่มเจ้าหนี้ต่อการขอยืดเวลาการบังคับใช้นโยบายตัดลดรายจ่ายของกรีซ เพื่อแลกกับเงินช่วยเหลืองวดต่อไปยังไม่สำเร็จผล ขณะที่กรีซเหลือเวลาอีก 2 สัปดาห์เท่านั้นที่จะถึงวันครบกำหนดชำระหนี้ครบอายุ
กองทุนการเงินระหว่างประเทศระบุว่า การเจรจาชะงักลงโดยเฉพาะในเรื่องเงื่อนไขการให้เงินช่วยเหลือกรีซ ซึ่งแม้ว่ารัฐบาลกรุงเอเธนส์จะทำได้ดีในการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจและงบประมาณ ทว่าทางด้านเกอร์รี ไรซ์ โฆษกของไอเอ็มเอฟได้กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายจำเป็นที่จะต้องได้ข้อตกลงที่แน่นอนกว่านี้
ข่าวร้ายดังกล่าวส่งผลให้ตลาดหุ้นกรีซดิ่งเหวลงอย่างรุนแรงเมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยหลุดแนวรับที่ 800 จุด ไปอยู่ที่ 761.24 จุด แล้ว โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มธนาคารที่กำลังรอความช่วยเหลือจากเงินช่วยงวดต่อไปนั้น เป็นกลุ่มที่ดิ่งเหวลงหนักที่สุด โดยปรับลดลงไปถึง 11.7%
ทั้งนี้ กรีซพยายามที่จะต่อรองให้เจ้าหนี้ยืดเวลาเงื่อนไขต่างๆ ออกไปอีก 2 ปี เพื่อเปิดโอกาสให้เศรษฐกิจกรีซได้พบกับการเติบโตบ้าง ไม่เช่นนั้นกรีซอาจจะต้องพบกับการถดถอยทางเศรษฐกิจอย่างหนัก ถ้าต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการตัดลดงบประมาณตามระยะเวลาในเงื่อนไขเดิม
ยิ่งไปกว่านั้น เวลาในการต่อรองกับกลุ่มเจ้าหนี้ยิ่งกระชั้นเข้ามามากยิ่งขึ้น เมื่อกรีซจะมีหนี้ครบกำหนดชำระในวันที่ 16 พ.ย.ที่จะถึงนี้ โดยเป็นพันธบัตรระยะ 3 เดือน มูลค่า 5,000 ล้านยูโร ซึ่งหากกรีซยังไม่สามารถได้ข้อตกลงกับกลุ่มเจ้าหนี้ อาจจะทำให้กรีซพลาดเงินช่วยเหลือก้อนต่อไปมูลค่า 3.12 หมื่นล้านยูโร มาจ่ายหนี้ครบกำหนดชำระมูลค่าดังกล่าวได้
ทั้งนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เกิดความสับสนกันหลายครั้งว่าการเจรจาต่อรองระหว่างกรีซและทีมทรอยกานั้นได้ข้อตกลงแล้วหรือไม่ โดยขณะที่ฝ่ายรัฐบาลกรีซได้บอกว่าการเจรจาได้ข้อตกลงขยายเวลาเงื่อนไขออกไป 2 ปีแล้ว แต่ทางด้านคณะกรรมาธิการยุโรปยังปฏิเสธว่ายังไม่ได้ข้อตกลงใดๆ โดยย้ำว่ายังอยู่ในระหว่างการเจรจากันอยู่ โดยในวันที่ 12 พ.ย.นี้จะเป็นวันที่คณะรัฐมนตรีคลังยุโรปจะตัดสินว่าจะให้เงินช่วยเหลือกรีซก้อนต่อไปหรือไม่
ทางด้าน วอล์ฟกัง เชาเบิล รัฐมนตรีคลังเยอรมนี กล่าวย้ำว่า การเจรจาระหว่างกรีซและกลุ่มเจ้าหนี้มีความก้าวหน้า แต่ยังมีงานที่จะต้องทำอีกมากเช่นกัน
ทั้งนี้ คาดว่าในปีงบประมาณ 2556 นั้น จากการที่รัฐบาลกรีซวางแผนตัดลดรายจ่ายมหาศาลถึง 9,400 ล้านยูโร จะส่งผลให้เศรษฐกิจกรีซถดถอยไปอีก 4.5% โดยเศรษฐกิจกรีซต้องพบกับภาวะถดถอย ติดต่อกันเป็นปีที่ 5 แล้ว ขณะที่ในปีนี้เศรษฐกิจกรีซจะถดถอยอยู่ที่ 6.6%







