
‘กรุงไทย’รุกอีทีเอฟ
เล็งออก5หมวดธุรกิจเริ่มจากแบงก์ ราคาหน่วย5บาท20พ.ย.เข้าตลาด
เล็งออก5หมวดธุรกิจเริ่มจากแบงก์ ราคาหน่วย5บาท20พ.ย.เข้าตลาด
บลจ.กรุงไทย ประกาศลุยอีทีเอฟ 5 หมวดธุรกิจ ประเดิมด้วยกลุ่มแบงก์ มั่นใจนักลงทุนสนใจ จ่อเข้าซื้อขายในตลาดวันที่ 20 พ.ย. เล็งศึกษาอีทีเอฟรูปแบบใหม่ๆ
นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย กล่าวว่า มีแผนที่จะออกกองทุนรวมอีทีเอฟที่อ้างอิงกับดัชนีหมวดธุรกิจ 5 หมวด เพื่อให้สอดคล้องกับเซ็กเตอร์ฟิวเจอร์สที่มีซื้อขายอยู่ในตลาดอนุพันธ์ ได้แก่ หมวดธนาคาร อาหารและเครื่องดื่ม พลังงานและสาธารณูปโภค เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และพาณิชย์ ซึ่งคาดว่าจะสามารถออกได้ครบทั้ง 5 กองทุนภายในไตรมาสแรก ปี 2556
“ตอนนี้เราเริ่มจากอีทีเอฟหมวดธนาคารก่อน เนื่องจากหุ้นกลุ่มธนาคารได้รับความสนใจจากนักลงทุน เพราะจากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า นักลงทุนจะมีหุ้นแบงก์อยู่ในพอร์ต ซึ่งมีโอกาสมากที่อีทีเอฟหมวดธนาคารจะติดลมบน แต่เราจะออกอีทีเอฟทั้ง 5 หมวด เพื่อทำให้นักลงทุนสามารถซื้อขายสลับกลุ่มไปมาได้ เพราะไม่มีหุ้นกลุ่มไหนที่ดีได้ตลอดเวลา” นายสมชัย กล่าว
ทั้งนี้ กองทุนอีทีเอฟ KTAM SET Banking ETF Tracker เป็นกองทุนรวมอีทีเอฟที่อ้างอิงกับดัชนีหมวดธนาคารกองทุนแรกของประเทศไทย ซึ่งจะลงทุนหุ้นธนาคารทั้ง 11 เพื่อทำให้ได้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนีหมวดธนาคาร และมีนโยบายจ่ายเงินปันผลปีละไม่เกิน 4 ครั้ง ซึ่งเปิดขายให้นักลงทุนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 1–9 พ.ย. นี้ ราคาหน่วยละประมาณ 5 บาท และจะเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 20 พ.ย. โดยใช้ชื่อย่อว่า EBANK โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส เป็นผู้ดูแลสภาพคล่อง
ในปัจจุบันมูลค่าตลาดหมวดธนาคารมีสัดส่วนประมาณ 20% ของตลาดหลักทรัพย์ ขณะที่ 9 เดือนแรกของปี 2555 ดัชนี SET ปรับเพิ่มขึ้น 26.67% ดัชนีหมวดธนาคารปรับเพิ่มขึ้น 36.06%
นส.นฤมล อาจอำนวยวิภาส กรรมการผู้จัดการ บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า อยู่ระหว่างศึกษาการออกอีทีเอฟรูปแบบใหม่ๆ เช่น อีทีเอฟที่เคลื่อนไหวทิศทางตรงข้ามกับดัชนี อีทีเอฟที่เคลื่อนไหวมากกว่าดัชนี และอีทีเอฟสินค้าโภคภัณฑ์ที่ซื้อขายในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า รวมทั้งอีทีเอฟตราสารหนี้ในประเทศ
“ในต่างประเทศรูปแบบของอีทีเอฟจะหลากหลายมาก เพราะฉะนั้นเราต้องศึกษาเพื่อให้เหมาะกับนักลงทุนไทย และการออกอีทีเอฟจะทำให้ตลาดทุนไทยมีสินค้าที่ครบวงจร ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับความนิยมจากนักลงทุนมากขึ้น” นส.นฤมล กล่าว







