
กกร.ถกช่วยเอสเอ็มอีรับมือค่าแรง300
คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน เตรียมหามาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบจากค่าแรง 300 บาท
คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน เตรียมหามาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบจากค่าแรง 300 บาท
นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) วันที่ 5 พ.ย.นี้ จะมีการหารือเรื่องผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรง 300 บาทในวันที่ 1 ม.ค. 56 เพื่อหามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ใน 70 จังหวัดที่จะได้รับผลกระทบ ซึ่งที่ผ่านมา หอการค้าไทยได้เสนอมาตรการช่วยเหลือด้านการพัฒนาผลิตภาพการผลิตและทักษะฝีมือแรงงาน 39 หลักสูตร ใน 10 อุตสาหกรรมให้กับรัฐบาลไปแล้ว แต่ควรมีมาตรการช่วยเหลือด้านแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ให้เอสเอ็มอีใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน และปรับเปลี่ยนเครื่ิองจักร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
อย่างไรก็ตาม หอการค้าไทย ไม่คัดค้านการปรับขึ้นค่าแรง เพราะเป็นนโยบายที่รัฐบาลประกาศไปแล้ว แต่ต้องการส่งสัญญาณให้รัฐบาลเห็นว่า การปรับขึ้นค่าแรงส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีในต่างจังหวัดที่ปรับตัวลำบาก ซึ่งเอสเอ็มอีกลุ่มนี้ต้องการให้เลื่อน หรือ ทยอยปรับขึ้นค่าแรงภายใน 2-3 ปี หรือมีมาตรการช่วยเหลือที่ชัดเจน เพราะที่ผ่านมาหอการค้าไทย เคยเสนอมาตรการช่วยเหลือใน 10 กลุ่มมอุตสาหกรรม วงเงิน 200 ล้านบาทไปแล้ว ก็แต่ยังไม่ได้รับการตอบสนองจากภาครัฐ
นอกจากนี้ การปรับขึ้นค่าแรง 300 บาทเท่ากันทั่วประเทศ จะทำให้ผู้ประกอบการที่จะขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ขาดแรงจูงใจในการลงทุนในพื้นที่ต่างจังหวัด เพราะมีต้นทุนโลจิสติกส์สูงกว่าโรงงานในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จึงควรดูแลในเรื่องนี้ด้วย
ส่วนการปรับคณะรัฐมนตรีนี้ เชื่อว่า ไม่มีผลต่อการทำงานของภาครัฐ เนื่องจากรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ยังคงเป็นนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง คนเดิมที่สานงานตามนโยบายที่วางไว้ตามปกติ แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะส่งผลดีต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจหรือไม่ ต้องรอประเมินผลการทำงานของรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยที่เข้ามารับตำแหน่งใหม่ก่อน







