
ลุ้นครม.อนุมัติเปิดเจรจาค้าเสรีไทย-อียู
ชง ครม.ไฟเขียวเปิดเจรจาเอฟทีเอไทยอียู ลุ้นให้ได้ต้นปีหน้า
ชง ครม.ไฟเขียวเปิดเจรจาเอฟทีเอไทยอียู ลุ้นให้ได้ต้นปีหน้า
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเอกอัครราชทูตเบลเยียม ประจำประเทศไทยเข้าพบ ว่า ได้แจ้งความคืบหน้าการเตรียมเปิดเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทยสหภาพยุโรป (อียู) ให้ทราบ ขณะนี้กรอบการเจรจาได้จัดทำใกล้เสร็จแล้ว อยู่ระหว่างสรุปเพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา และเสนอต่อรัฐสภาพิจารณาตามมาตรา 190 ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ คาดว่าเมื่อดำเนินการตามขั้นตอนเสร็จแล้วจะเริ่มเปิดเจรจาได้ต้นปีหน้า กรณีภาคส่วนสังคมบางกลุ่มไม่เห็นด้วยต่อการเจรจาเอฟทีเอไทยอียูนั้น ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนมาแล้ว
พร้อมกันนี้ ทูตเบลเยียมได้แจ้งว่าต้นปีหน้า มกุฎราชกุมารของเบลเยียม จะเสด็จมาเยือนไทย และนำคณะนักธุรกิจของเบลเยียมประมาณ 200 คนร่วมคณะมาด้วย เพื่อมาดูลู่ทางการค้า การลงทุนกับไทย ในกลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับ อาหารแปรรูป และสินค้าเกษตร
แหล่งข่าวจากกระทวงพาณิชย์ แจ้งว่า การเจรจาเอฟทีเอกับอียู จะช่วยสร้างโอกาสให้กับไทยในการเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ของอียูในด้านการค้าและการลงทุนอาเซียน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และบริการ เพราะอียูเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่เพราะอียูเป็นนักลงทุนรายใหญ่ของโลก มีสัดส่วนการลงทุนเกือบครึ่งหนึ่งของมูลค่าการลงทุนสะสมทั่วโลก แต่หากไทยไม่ทำเอฟทีเอกับอียู จะทำให้สินค้าส่งออกของไทยไม่สามารถแข่งกับสินค้าของประเทศอื่นๆในอียู และยังอาจมีผลต่อการย้ายฐานการลงทุนไปในอาเซียนอื่นที่มีความตกลงเอฟทีเอกับอียูได้
นอกจากนี้ การทำเอฟทีเอจะช่วยให้แก้ไขปัญหาการถูกตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ซึ่งปัจจุบันสินค้าที่ถูกตัดจีเอสพี จะได้รับผลกระทบเป็นมูลค่า 8 หมื่นล้านบาท เช่น เครื่องปรับอากาศ รถยนต์ รองเท้า กุ้งสดแช่เย็น ของปรุงแต่งจากกุ้ง อาหารสำเร็จรูป ถุงมือยาง และยางรถยนต์ เป็นต้น แต่การทำเอฟทีเอจะช่วยลดผลกระทบตรงนี้







