
มณฑล สุดประเสริฐ "ผังเมืองต้องมีมิติการพัฒนา"
หลังจากประเทศไทยได้ผ่านพ้นภัยพิบัติจากน้ำท่วมใหญ่มาอย่างสะบักสะบอม
โดย...วราพงษ์ ป่านแก้ว
หลังจากประเทศไทยได้ผ่านพ้นภัยพิบัติจากน้ำท่วมใหญ่มาอย่างสะบักสะบอม ทำให้ต้องเสียเงินอีกหลายแสนล้านบาทเพื่อฟื้นฟู ป้องกัน และบรรเทาปัญหาน้ำท่วมที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต งานส่วนหนึ่งอยู่ในมือของกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่จะมีบทบาทต่อสาธารณชนเด่นชัดขึ้น ทั้งงานโยธาที่เกี่ยวข้องกับงานบูรณะฟื้นฟูและป้องกันภัยจ ากน้ำท่วม และงานวางผังเมืองในระยะยาว วันนี้กรมโยธาฯ มีอธิบดีคนใหม่แต่หน้าเก่าที่ชื่อ มณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีที่เป็นลูกหม้อของกรมในรอบ 12 ปี มาสานงานต่อกับภารกิจเก่าแต่ดูใหญ่ขึ้นกว่าเดิม
เรื่องของผังเมืองที่มีการจัดทำกันทั่วประเทศ หลังจากนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม อธิบดีกรมโยธาฯ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ได้มีโอกาสไปนำเสนอเรื่องผังเมืองในที่ประชุม ครม. ท่านนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เห็นว่าผังเมืองที่ทำอยู่มันยังน้อยไป เพราะว่ามีแต่ Layer เรื่องการใช้ประโยชน์ที่ดินกับเรื่องผังพัฒนากรมขนส่ง มันยังไม่ตอบโจทย์กับการแก้ไขปัญหา คงจะต้องมีเรื่องของผังเพื่อการพัฒนาพื้นที่ ซึ่งจะมีในเรื่องของผังป้องกันน้ำท่วม การป้องกันสาธารณภัยอื่นๆ รวมถึงเรื่องของการส่งเสริมเมืองให้รองรับกับชุมชนที่เติบโตขึ้นเข้าไปด้วย
ในส่วนที่จะเพิ่มเป็นเรื่องของผังการพัฒนา ก็ต้องขึ้นอยู่กับชุมชนนั้นว่ามีแนวโน้มหรือทิศทางในการพัฒนาไปอย่างไร ผมก็ได้เสนอตัวว่าอยากจะทำเป็นเรื่องผังเมืองแนวใหม่ตามความคิดที่เกาะเต่า เพราะเป็นพื้นที่เริ่มเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะมีการเข้าไปลงทุนของประชาชน จึงอยากจะเข้าไปดำเนินการขนานกันทั้งผังเมืองด้วย ให้เป็นตัวอย่างการพัฒนา ซึ่งได้เสนอนายกฯ ว่า จะขอเอารูปแบบของการพัฒนาเกาะลันตาที่กรมเข้าไปพัฒนาจนมีผลเป็นรูปธรรมมาเป็นแนวทางในการวางผัง และต่อไปจะให้บรรจุไว้ในผังเมืองรวม
ส่วนเรื่องของการจัดสรรงบประมาณจะเป็นการบูรณาการร่วมกันทั้งในส่วนของท้องถิ่นและของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเหมือนที่ทำที่เกาะลันตา ในส่วนของกรมก็มีการจัดสรรงบประมาณลงไปช่วยด้วย
อีกเรื่องที่ต้องเร่งผลักดัน คือ การแก้ พ.ร.บ.ผังเมือง เพื่อช่วยแก้ปัญหาหมดอายุของผัง เพราะปัจจุบันผังเมืองจะมีอายุ 5 ปี ต่อได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 1 ปี รวมเป็น 7 ปี แต่โดยกระบวนการยกร่างผังใหม่มันทำไม่ทัน ทำให้เรามีปัญหาเรื่องผังหมดอายุค่อนข้างมาก ในร่างกฎหมายผังเมืองฉบับใหม่ ผังเมืองจะมีอายุ 10 ปี ซึ่งความเห็นของเราอยากจะไม่ให้มีหมดอายุด้วยซ้ำ เพราะการยืดอายุออกไปเป็น 10 ปี ก็เหมือนการยืดปัญหาออกไป แต่ถ้าผังไม่มีการหมดอายุ แต่มีการกำหนดเวลาในการแก้ไขผังใหม่ให้ชัดเจน ก็จะช่วยแก้ปัญหาได้
ส่วนงานเร่งด่วนที่สุดของกรมเวลานี้ น่าจะเป็นงานด้านการป้องกันน้ำท่วมที่มีอยู่ 2 ส่วนของงานด้านโยธาและงานด้านผังเมือง อธิบดีกรมโยธาฯ บอกความคืบหน้าของภารกิจนี้ว่า เดิมกรมของบเพื่อจัดทำผังเมืองเพื่อบรรเทา ป้องกันปัญหาน้ำท่วมไป 31 พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ใช้งบกว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งทางคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) บอกว่า น่าจะเป็นเรื่องที่จะต้องอยู่ในข้อเสนอของบริษัทที่จะเสนอโครงการแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบตามงบ 3.5 แสนล้านบาท เป็นผู้เสนอมา จึงไม่ได้ให้งบมาทำ
กรมเห็นว่าควรที่จะจัดทำผังเมืองที่ใช้สำหรับการป้องกันน้ำท่วมขึ้นมาเป็นผังนำร่องสัก 12 พื้นที่ เพื่อให้เห็นว่าจะมีหน้าตาอย่างไร โดยเลือกที่พระนครศรีอยุธยา เพราะเป็นพื้นที่ที่น้ำท่วมทุกปี และภูเก็ต ซึ่งเป็นเมืองนานาชาติ เป็นเมืองท่องเที่ยว โดยในผังจะมี Layer ที่เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดิน มีเรื่องของสาธารณูปโภค สาธารณูปการ มีเรื่องการป้องกันน้ำท่วม เรื่องของฟลัดเวย์ เรื่องของแก้มลิง เป็นต้น
เมื่อได้ผังขึ้นมาเป็นรูปร่างแล้วจะได้นำเสนอรัฐบาล เสนอให้นักวิชาการที่เกี่ยวข้อง ให้กับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องมาช่วยกันให้ความเห็น ถ้าตรงใจแล้วก็จะเอาไปดำเนินการในพื้นที่อื่นต่อ ไม่รอว่าจะได้งบมาทำ คือ กรมจะดำเนินการเองโดยใช้บุคลากรของกรม นอกจากนี้เรายังจัดทำผังเมืองสำหรับป้องกันบรรเทาปัญหาน้ำท่วม 25 ลุ่มน้ำทั่วประเทศ ตอนนี้ศึกษาเสร็จไปแล้ว 13 ลุ่มน้ำ เหลืออีก 12 ลุ่มน้ำ ในปีงบประมาณ 2556 เสนอขอไปอีก 5 พื้นที่
ส่วนงานด้านโยธาที่เกี่ยวกับการป้องกันน้ำท่วม เราก็มีงานด้านระบบป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชน ความหมายก็คือว่า ในพื้นที่ชุมชนพื้นที่ประมาณ 5 ตารางกิโลเมตร ใหญ่ที่สุดก็ไม่เกิน 20 ตารางกิโลเมตร เทียบกับพื้นที่จังหวัดก็ไม่ถึง 1% แต่ความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจเกิดขึ้นถึง 80% เราก็ควรต้องป้องกันความเสียหายทางเศรษฐกิจ และอีกเหตุผลเพื่อใช้เป็นศูนย์บัญชาการ หรือศูนย์อำนวยการในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน
เรื่องนี้กรมเราทำมาเป็น 10 ปีแล้ว แต่ละปีจะได้งบมาปีละ 10 พื้นที่ บ้าง 15 พื้นที่บ้าง ปีนี้ (งบประมาณ 2556) ขอไป 37 พื้นที่ แต่ก็ต้องรอแผนการแก้ปัญหาน้ำในภาพรวมเช่นเดียวกับผังเมือง แต่ถ้าแผนใหญ่ไม่ได้ครอบคลุมที่เราเสนอไป ก็จะของบปกติในปี 2557 ทำต่อไป
นอกจากเรื่องระบบป้องกันน้ำท่วมชุมชน ยังมีโครงการเร่งด่วน คือ การทำเขื่อนป้องกันตามแนวคลองรังสิต 8.3 กิโลเมตร ขณะนี้คืบหน้าไปแล้ว 95% ในเวลา 6 เดือน จากปกติทำกัน 23 ปี ถือเป็นโครงการต้นแบบที่ก่อสร้างได้เร็วมาก แต่ได้ตามมาตรฐาน และมีการดึงชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม อีกโครงการที่เสนอไป คือ ทำตรงบางกะดี เพราะเป็นพื้นที่ที่มีทั้งนิคมอุตสาหกรรม มีทั้งชุมชนที่เป็นหมู่บ้านจัดสรร มีประชาชนอาศัยอยู่จำนวนมาก เราก็เสนอว่าตรงนี้น่าจะทำ เพราะว่าจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน และเป็นการช่วยเหลือและลดความขัดแย้งของชาวบ้านได้ ซึ่งเป็น 1 ใน 37 พื้นที่ที่เราเสนอไป
อีกเรื่องที่สำคัญ คือ การทำเขื่อนป้องกันตลิ่งทั้งริมแม่น้ำภายในประเทศและระหว่างประเทศ โดยเฉพาะที่แม่น้ำโขงที่มีแนวที่ถูกกัดเซาะกว่า 150 กิโลเมตร เราก็จำเป็นต้องป้องกัน เพราะว่ามีผลกระทบต่อแนวเขตแดน ถ้าไม่ป้องกัน ปีหนึ่งเราจะเสียพื้นที่ไปกว่า 300400 ไร่ ทุกปีจะต้องตั้งงบต่อเนื่องอย่างน้อย 1 ปี ต้องทำให้ได้ 40 กิโลเมตร และยังมีที่ต้องทำอีกหลายสาย เช่น แม่น้ำโกลก แม่น้ำสายบุรี เป็นต้น แต่แม่น้ำโขงมีปัญหาที่ชัดจนที่สุด ส่วนแม่น้ำในประเทศ แม่น้ำเจ้าพระยามีปัญหามากที่สุด โดยเฉพาะตรงอ่างทอง สิงห์บุรี และแม่น้ำป่าสัก เป็นต้น







