
รูปแบบบริหารจัดการธุรกิจครอบครัว : ศึกษาธุรกิจครอบครัวสเปน (ต่อ)
บทความคราวที่แล้วผมได้เกริ่นนำว่ารูปแบบของธุรกิจครอบครัวสเปนจากการศึกษาพบว่าจะมี 6 รูปแบบ วันนี้จะลองมาดูว่ารูปแบบต่างๆ จะมีอายุการอยู่รอดของธุรกิจเช่นไร เพื่อจะได้นำมาเปรียบเทียบกับธุรกิจครอบครัวไทย
บทความคราวที่แล้วผมได้เกริ่นนำว่ารูปแบบของธุรกิจครอบครัวสเปนจากการศึกษาพบว่าจะมี 6 รูปแบบ วันนี้จะลองมาดูว่ารูปแบบต่างๆ จะมีอายุการอยู่รอดของธุรกิจเช่นไร เพื่อจะได้นำมาเปรียบเทียบกับธุรกิจครอบครัวไทย
1.รูปแบบกัปตัน (Captain Model) ซึ่งใช้กับธุรกิจ SME และจะมีความซับซ้อนทางครอบครัวธุรกิจน้อยกว่า โดยจะมีการถือหุ้น 2.6 คน ธุรกิจประเภทนี้มักจะอยู่รอดโดยเฉลี่ย 28 ปี และเมื่อครบ 20 ปี โอกาสของการอยู่รอดธุรกิจก็จะลดลงและกว่าจะมีอายุยืนยาวกว่า 40 ปี ก็จะมีจำนวนน้อยมาก
2.รูปแบบธุรกิจจักรพรรดิ (Emperor Model) ซึ่งมักจะเป็นรูปแบบที่ผู้นำคนเดียว หรือผู้นำรุ่นที่ 2 และมีการถือหุ้นมักจะมีประมาณ 5.1 คน ในรุ่นที่ 1 และในรุ่นที่ 2 จะเพิ่มขึ้น 9.1/คน อายุธุรกิจแบบนี้จะประมาณ 40 ปี ความสำเร็จและความล้มเหลวของธุรกิจครอบครัวกลุ่มนี้จะขึ้นอยู่กับผู้นำธุรกิจคนเดียวที่มีความสามารถในการบริหารจัดการ โดยรูปแบบกลุ่มนี้จะประสบความสำเร็จในรุ่นแรก ความแตกต่างของความซับซ้อน รูปแบบจักรพรรดิกับกัปตันคือ เวลาและที่มาของผู้นำ แต่รูปแบบจักรพรรดิดีกว่ารูปแบบกัปตัน
3.รูปแบบที่มีครอบครัวเป็นทีม (Family Team Model) รูปแบบที่มีผู้ถือหุ้นและผู้บริหารมากกว่ารูปแบบแรก รูปแบบนี้จึงจะก่อให้เกิดความซับซ้อนของครอบครัวมากกว่าความซับซ้อนของธุรกิจ โดยเฉลี่ยจะมีผู้ถือหุ้นราว 6.5 คน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 9.5 คน และธุรกิจแบบนี้ความเจริญจะลดลงในระยะเวลา 30 ปี และจะค่อยๆ โตขึ้นอีก
4.รูปแบบมืออาชีพของครอบครัว (Professional Family Model) โดยรูปแบบคือ กิจการจะมีความซับซ้อนของธุรกิจมากกว่าความซับซ้อนของครอบครัว โดยรูปแบบที่สมาชิกในครอบครัวมักจะขึ้นอยู่กับการจัดการแบบกรณีสมาชิกในครอบครัวโดยเฉลี่ย 3 คน ในการเข้ามาเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการธุรกิจและรูปแบบนี้จะเจริญเติบโตในช่วง 10 ปีแรก ความเจริญเติบโตจะลดลงในช่วง 40 ปี รูปแบบนี้ไม่ควรจะนำมาใช้ในตอนเริ่มต้นและไม่ควรนำรูปแบบนี้มาใช้ในช่วงการก่อร่างสร้างธุรกิจ
5.รูปแบบบริษัท (Corporation Model) ซึ่งเป็นรูปแบบธุรกิจรูปแบบนี้มีอายุโดยเฉลี่ยมีอายุ 60 ปี มีผู้ถือหุ้นราว 13 คน และมักจะมีมืออาชีพเข้าร่วมทำธุรกิจด้วยและเป็นรูปแบบที่ธุรกิจครอบครัวทั้ง 4 รูปแบบต้องพัฒนามาถึงจุดนี้
6.กลุ่มการลงทุนของธุรกิจครอบครัว (Family Investment Group) กลุ่มนี้มักจะเป็นกลุ่มที่มีเงินทุนมาจากการทำธุรกิจ (คล้ายๆ กับกลุ่ม Holding Company) เป็นกลุ่มที่มีการลงทุน โดยส่วนใหญ่มักไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารงาน ลักษณะนี้อาจพัฒนามาจากการที่ธุรกิจขายธุรกิจและมีเงินลงทุนเหลือโดยไม่ได้ทำธุรกิจใหม่ เลยนำเงินลงทุนมาแสวงหาผลประโยชน์ตอบแทน หรือกรณีครอบครัวได้ผลตอบแทนจากการประกอบการธุรกิจครอบครัวที่ดีก็นำเงินมาลงทุน
ทั้งนี้ หากจะแบ่งรูปแบบของการประกอบธุรกิจดังกล่าว อาจแบ่งได้ 3 รูปแบบใหญ่ คือ
1.กลุ่มของกัปตันและจักรพรรดิที่เป็นกลุ่มที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนและเรียบง่าย โดยแนวคิดของการประกอบธุรกิจรูปแบบนี้จะเน้นเรื่องความเป็นผู้ประกอบการที่ผู้นำตัดสินและบริหารงานเองและไม่มีความเป็นสถาบัน ความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับครอบครัวก็เกิดขึ้นในการทำงาน การบริหารจัดการไม่ค่อยได้รับการพัฒนา เพราะขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้นำเป็นส่วนใหญ่ การสื่อสารก็มีน้อย การสืบทอดก็อาจมีเรื่องของทางเศรษฐศาสตร์และสิทธิตามกฎหมาย
2.แบบมืออาชีพของครอบครัว ซึ่งมักจะเป็นเรื่องของการทำงานในครอบครัวร่วมกันแทนที่จะเป็นลักษณะผู้นำคนเดียว แต่มีการสื่อสารระหว่างสมาชิกในครอบครัวและผู้ทำธุรกิจมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาการสืบทอดธุรกิจที่เป็นระบบลักษณะแบบนี้ มีการยอมรับระบบอาวุโส มีการแบ่งแยกเรื่องความแตกต่างในทางธุรกิจกับครอบครัวโดยชัดเจน การส่งมอบธุรกิจก็พัฒนาในรูปการทำพินัยกรรม
3.แบบบริษัทที่จะมีมืออาชีพเข้ามาและทายาทอาจไม่ต้องบริหารด้วยตนเอง โครงสร้างความเป็นมืออาชีพของครอบครัว แต่มีความเป็นสถาบันสูงโดยมีคณะกรรมการบริหารบริษัท คณะกรรมการบริหารซึ่งอาจมีมากกว่าสภาครอบครัวและการพัฒนาด้านการบริหารจัดการ การสื่อสารและการสืบทอดธุรกิจก็มีมากกว่ารูปแบบอื่น
ในแง่ของธุรกิจไทยแม้จะจดทะเบียนรูปแบบเป็นบริษัท แต่รูปแบบการบริหารจัดการอาจมีสถานะเป็น 3 กรณีแรกมากกว่ารูปบริษัท เราจะได้พูดถึงตอนสุดท้ายในเรื่องการบริหารจัดการธุรกิจครอบครัวในตอนต่อไปครับ







