
Longchamp ปักหลักแดนมังกร
ในรอบหลายปีที่ผ่านมานี้ นักธุรกิจ นักลงทุนจำนวนมากบอกว่า จีน คือประเทศที่น่าสนใจมากที่สุด เพราะเศรษฐกิจจีนเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง สวนทางกับการหดตัวอย่างห่อเหี่ยวของเศรษฐกิจทางฝั่งตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกาหรือยุโรปที่ยังไม่ฟื้นไข้
ในรอบหลายปีที่ผ่านมานี้ นักธุรกิจ นักลงทุนจำนวนมากบอกว่า จีน คือประเทศที่น่าสนใจมากที่สุด เพราะเศรษฐกิจจีนเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง สวนทางกับการหดตัวอย่างห่อเหี่ยวของเศรษฐกิจทางฝั่งตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกาหรือยุโรปที่ยังไม่ฟื้นไข้
แต่อาจจะเป็นเพราะการเติบโตที่เหมือนพลุจุดติดอย่างรวดเร็วมาก ก็เลยทำให้ในตอนนี้ชักจะมีคนตั้งข้อสังเกตว่า เศรษฐกิจจีนกำลังจะเป็นขาลงแล้วหรือเปล่า แต่ถึงกระนั้น Longchamp SAS ผู้ผลิตกระเป๋าหรูยี่ห้อลองฌองป์จากฝรั่งเศสก็ไม่ยั่น ประกาศว่าจะเร่งขนาดธุรกิจอย่างเอาจริงเอาจังในตลาดจีนแน่นอน
Longchamp SAS เป็นผู้ผลิตกระเป๋าที่มีชื่อเสียงในระดับโลก เป็นองค์กรที่ทำงานเริ่มต้นจากการเป็นธุรกิจครอบครัวที่สามารถสร้างตำนานยิ่งใหญ่ในการดำเนินธุรกิจมาเป็นเวลาถึง 64 ปีแล้ว จนคนทั่วโลกรู้จักกับกระเป๋าไนลอนสีสดสวยพับได้ ที่สะดวกแก่การพกพา และในตอนนี้ Longchamp SAS ยังมองตลาดเอเชีย โดยเฉพาะตลาดในประเทศจีนว่าอยู่ในแนวบวก เพราะว่าประเทศในยุโรปซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัทยังอยู่ในภาวะที่ไม่น่าเป็นที่พึงพอใจ เนื่องจากยังสาละวันเตี้ยลงๆ อยู่ไม่เลิก ก็เลยไม่น่าแปลกนัก ที่แม้ใครๆ จะกังวลกับภาวะการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ถดถอยของจีน แต่ Longchamp SAS ก็ยังบอกว่าสดใส ซึ่งก็แน่นอนว่าหากเปรียบเทียบกับฝั่งตะวันตก ที่ต้องใช้คำว่ายิ่งกว่าถดถอย จึงไม่แปลกที่ Longchamp SAS จะยังเห็นจีนว่าเป็นตลาดสำคัญที่ต้องเดินหน้ารุกต่ออย่างหนัก
Jean Cassegrain ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งเป็นหลานของผู้ก่อตั้งบริษัท กล่าวว่า Longchamp SAS ไม่เคยคิดที่จะชะลอการขยายธุรกิจ โดยเฉพาะในตลาดเอเชีย ซึ่งเขามองว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคในตลาดจีนนั้นยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังไม่มีแนวโน้มว่าจะเปลี่ยนแปลง แม้ว่าเศรษฐกิจจีนซึ่งเป็นผู้ขับเคลื่อนหลักของระบบเศรษฐกิจในเอเชียกำลังประสบภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวอยู่บ้าง
เมื่อไม่นานมานี้ Longchamp SAS เพิ่งจะเปิดสาขาที่ 2 ของร้านในฮ่องกง โดยร้านนี้มีขนาดใหญ่ถึง 400 ตารางเมตร ตั้งอยู่บนฝั่งเกาลูนที่เป็นแหล่งช็อปปิ้งดังของฮ่องกง และเป็นแหล่งที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาเลือกซื้อสินค้า หรือสินค้าแฟชั่นระดับหรู ซึ่งตอนนี้ Longchamp SAS ก็เป็นหนึ่งในผู้ปักหลักยึดฐานที่มั่นในเกาลูนไว้ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทผู้ผลิตกระเป๋าชื่อดัง บอกว่า นอกจากสาขาในฮ่องกงที่เพิ่งเปิดแล้ว บริษัทยังกำลังเตรียมขยายสาขาในจีนเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่มีร้านอยู่ 7 แห่ง ให้เพิ่มเป็น 40-50 แห่งในอนาคต แต่ยังไม่ได้ระบุเวลาที่แน่นอนว่าจะทำให้แผนการนี้สำเร็จเมื่อไหร่ อย่างไรก็ตาม ถือได้ว่าเป็นแผนการที่ยิ่งใหญ่มาก เพราะวางแผนการขยายสาขาเอาไว้มากเหลือเกิน แสดงว่า Longchamp SAS เห็นศักยภาพของจีนจริงๆ จังๆ
ขณะนี้ Longchamp มีร้านอยู่ในเมืองใหญ่ๆ เช่น ปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ โดยความท้าทายสำหรับการเปิดสาขาในอนาคต อยู่ที่การเลือกทำเลที่ถูกต้อง เพื่อให้สามารถเป็นสาขาที่ดึงดูดลูกค้า และทำรายได้ให้ได้ดีต่อๆ ไป
ก่อนหน้านี้ บริษัทเพิ่งแต่งตั้งดาราจีนชื่อดัง คือ เกาหยวนหยวน ให้เป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของ Longchamp เพื่อที่จะช่วยกระตุ้นการตลาด และสร้างการรับรู้แบรนด์นี้ให้เป็นที่กว้างขวางมากขึ้นในภูมิภาค
สำหรับผลประกอบการของ Longchamp SAS ได้ประกาศว่า ในปี พ.ศ. 2554 บริษัทมีรายได้ทั้งหมด 390 ล้านยูโร หรือประมาณ 507 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตมากกว่าปีก่อนหน้านั้นถึง 22% และหากการขยายตัวในจีนเป็นไปได้ด้วยดี ก็น่าจะยิ่งทำให้ผลประกอบการดีกว่านี้มากขึ้นไปอีก
สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า เศรษฐกิจจีนได้ขยายตัวมากขึ้น 7.6% ในไตรมาส 2 ของปี 2555 ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา และยังสร้างความกังวลว่าข้อมูลบ่งชี้ทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างน่าผิดหวังนี้ จะทำให้เกิดผลต่อเนื่อง อันทำให้เศรษฐกิจจีนไม่น่าจะเติบโตได้มากนักในไตรมาส 3 ของปีนี้
อย่างไรก็ตาม ยูโร มอนิเตอร์ ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยผู้บริโภค ได้ประมาณการในรายงานล่าสุดประจำเดือน ต.ค.นี้ ว่า ประเทศจีนจะเป็นตลาดสินค้าฟุ่มเฟือยที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกในปี พ.ศ. 2560 หรือนับจากนี้ไปอีก 5 ปี โดยจะแซงหน้าประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศชั้นนำของสินค้าแบรนด์เนมอย่างเช่น ฝรั่งเศส อังกฤษ อิตาลี และญี่ปุ่น
สำหรับมูลค่าตลาดรวมของสินค้าฟุ่มเฟือยทั่วโลกในปีนี้ ยูโร มอนิเตอร์ คาดว่าจะสูงถึงประมาณ 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดยจะเติบโตขึ้นถึง 4% นับจากปี พ.ศ. 2553 โดยตลาดที่ผลักดันให้มีการเติบโตคือความต้องการที่เพิ่มขึ้นในตลาดที่เศรษฐกิจเริ่มมีการเจริญเติบโต ซึ่งไม่ว่าอย่างไรคำตอบก็ยังย้อนกลับไปอยู่ที่จีน
ดังนั้น แม้เศรษฐกิจในภาพรวมของจีนจะมีอัตราการเติบโตที่หดลงไปบ้าง แต่ถ้าหากตลาดสินค้าฟุ่มเฟือยพวกของแบรนด์เนมยังอู้ฟู่อยู่ ก็คงจะยังเป็นข่าวดีของแบรนด์ดังๆ รวมทั้ง Longchamp ที่เดินหน้าสู้ศึก
นี่แหละที่ว่ากันว่า สินค้าแบรนด์เนมที่ติดตลาดแล้วไม่มีวันตาย







