posttoday
โตเกียวมารีนรุกประกันภัยเต็มสูบ

โตเกียวมารีนรุกประกันภัยเต็มสูบ

29 ตุลาคม 2555

เปลี่ยนชื่อใหม่ถือหุ้น100%สร้างฐานแข็งแกร่งรับเออีซี

เปลี่ยนชื่อใหม่ถือหุ้น100%สร้างฐานแข็งแกร่งรับเออีซี

กลุ่มโตเกียวมารีน รุกประกันเต็มตัวถือหุ้น 100% เปลี่ยนชื่อใหม่เลิกพ่วง “ศรีเมือง”

นายหลักชัย สุทธิชูจิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตเกียวมารีน ประกันภัย (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา บริษัท โตเกียวมารีนศรีเมืองประกันภัย ได้ดำเนินธุรกิจในชื่อใหม่ภายใต้กลุ่มโตเกียวมารีน คือ บริษัท โตเกียวมารีน ประกันภัย (ประเทศไทย)

ทั้งนี้ เป็นผลมาจากเหตุการณ์วิกฤตอุทกภัยในปีที่ผ่านมา ทำให้บริษัทประกันภัยทุกบริษัท รวมถึง บริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก และส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ด้วยการระดมทุนครั้งใหม่เพื่อดำเนินกิจการและดำรงสภาพคล่องทางการเงินด้วยความแข็งแกร่งและมั่นคงต่อไปในอนาคต ซึ่งการเพิ่มทุนจดทะเบียนครั้งนี้ โดยกลุ่มโตเกียวมารีนจากญี่ปุ่นได้ประสบความสำเร็จในการเพิ่มทุน สามารถถือครองหุ้นในสัดส่วนเกือบ 100% จากจำนวนหุ้นทั้งหมดของบริษัท

ณ โอกาสนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 เป็นต้นไป บริษัทฯ จะดำเนินธุรกิจในชื่อใหม่ภายใต้ กลุ่มโตเกียวมารีน คือ บริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยการแปรสภาพเป็นบริษัท มหาชน จำกัด ตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2551


“ในอนาคตนี้บริษัทอาจต้องพบกับความท้าทายและปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อการพัฒนาของอุตสาหกรรมการประกันภัยเป็นอย่างมาก เช่น การเปิดตลาดเสรีอาเซียน หรือเออีซี ที่เริ่มในปี 2558 ซึ่งสิ่งที่ตามมาคือกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ กำลังจะเปลี่ยนสภาวะการแข่งขันและผู้แข่งขันกำลังจะเปลี่ยน” นายหลักชัย กล่าว

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้บริษัทสามารถคงอยู่ในลำดับแถวหน้าในอุตสาหกรรมประกันภัย และมีศักยภาพการแข่งขันในระดับสูงได้ บริษัทจึงดำเนินการส่งเสริมระบบธรรมาภิบาลในการจัดการบริหาร พร้อมการเพิ่มประสิทธิภาพการบริการด้วยการพัฒนาระบบงานสารสนเทศควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรของบริษัท เพื่อรองรับต่อการขยายตัวในอนาคต

นายกรกฤต คำเรืองฤทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายบัญชี ฝ่ายการเงิน และ ฝ่ายพัฒนาองค์กร บริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ทำเบี้ยได้ 4,000 ล้านบาท และคาดว่าสิ้นปีนี้ได้เบี้ย 6,000 ล้านบาท หรือเติบโต 40% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสัดส่วนเบี้ยรถยนต์ 60% และเบี้ยที่ไม่ใช่รถยนต์หรือนันมอเตอร์ 40% ซึ่งในอนาคตตั้งเป้ามีสัดส่วนอย่างละ 50%

ทั้งนี้ เบี้ยประกันภัยรถยนต์มีการเติบโตสูงถึง 30% โดยได้รับผลดีจากยอดขายรถยนต์มิตซูบิชิ ซึ่งแถมประกันฟรีของบริษัทให้กับลูกค้า โดยปัจจุบันเบี้ยชั้น 1 มีสัดส่วนประมาณ 60% ของเบี้ยรถยนต์ ซึ่งบริษัทต้องพยายามเพิ่มเบี้ยต่ออายุให้มากขึ้น

นอกจากนี้ ในส่วนของเบี้ยประกันภัยทรัพย์สินก็มีอัตราเติบโตสูงถึง 200% ซึ่งเป็นผลจากค่าเบี้ยประกันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปีก่อน โดยค่าสินไหมจากน้ำท่วมประมาณ 8 หมื่นล้านบาทนั้น ขณะนี้ได้จ่ายไปแล้ว 5 หมื่นล้านบาท เหลืออีก 3 หมื่นล้านบาท อยู่ระหว่างขั้นตอนดำเนินงาน โดยเฉพาะค่าสินไหมจากธุรกิจหยุดชะงักที่คาดว่าจะเสร็จในปี 2556

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ