
ปีหน้ากู้สนั่นอีก2ล้านล้าน
เปิดแผนก่อหนี้ของไทยในปีงบประมาณ 2556 กว่า 2.04 ล้านล้านบาท คาดดันหนี้สาธารณะพุ่งเป็น 47%
เปิดแผนก่อหนี้ของไทยในปีงบประมาณ 2556 กว่า 2.04 ล้านล้านบาท คาดดันหนี้สาธารณะพุ่งเป็น 47%
น.ส.จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยถึงแผนก่อหนี้ปีงบประมาณ 2556 ว่า มีวงเงินทั้งสิ้นกว่า 2.04 ล้านล้านบาท เบื้องต้นคาดว่าแผนก่อหนี้ดังกล่าวจะทำให้หนี้สาธารณะของไทย ณ สิ้นปี 2556 ปรับเพิ่มเป็น 47% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (จีดีพี) จากปัจจุบันหนี้สาธารณะอยู่ที่ระดับ 44.89% ของจีดีพี
สำหรับแผนก่อหนี้ในปีงบประมาณ 2556 แยกเป็น 4 แผนงาน ได้แก่ 1.แผนการก่อหนี้ใหม่ วงเงิน 9.59 แสนล้านบาท แบ่งเป็นหนี้ของรัฐบาล 7.17 แสนล้านบาท เช่น เงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุล 3 แสนล้านบาท เงินกู้เพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ วงเงิน 3.4 แสนล้านบาท เงินกู้เพื่อการนำส่งเข้ากองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ วงเงิน 4.95 หมื่นล้านบาท หนี้ที่รัฐบาลกู้มาเพื่อให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยกู้ต่อ วงเงินรวม 1.62 หมื่นล้านบาท เพื่อลงทุนจัดทำโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค และช่วงบางซื่อ-ท่าพระ และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ
ขณะที่แผนก่อหนี้ใหม่ของรัฐวิสาหกิจ มีวงเงิน 2.41 แสนล้านบาท เช่น การกู้เงินเพื่อดำเนินกิจการทั่วไป การเสริมสภาพคล่อง ปล่อยสินเชื่อ และดำเนินงานปกติทั่วไปของหน่วยงาน มีรัฐวิสาหกิจจำนวน 7 แห่ง โดยเป็นการกู้เงินที่ขอให้กระทรวงการคลังค้ำประกัน 1.74 แสนล้านบาท และไม่ได้ขอให้กระทรวงการคลังค้ำประกัน 4,955 ล้านบาท
“ในปีงบ 2556 มีวงเงินค้ำประกันให้ ธ.ก.ส. เพื่อนำไปรับจำนำข้าวอยู่อีก 1.6 แสนล้านบาท โดย 1.5 แสนล้านบาท เป็นเงินใช้รับจำนำข้าว ส่วนที่เหลืออีก 1 หมื่นล้านบาท จะกันไว้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ส่วนกรณีที่คาดว่ารับจำนำข้าวปีนี้น่าจะใช้เงินมากถึง 4 แสนล้านบาทนั้น ทาง สบน. คงจะหาแหล่งเงินให้ ธ.ก.ส.ได้ตามที่ ครม.มีมติคือ 1.6 แสนล้านบาท โดยส่วนที่เกินจากนี้เห็นว่ารัฐบาลต้องหามาให้ได้จากการนำข้าวที่จำนำปีก่อนไปขายเพื่อมาทำโครงการจำนำใหม่ในปีนี้” น.ส.จุฬารัตน์ กล่าว
ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กล่าวถึงแผนการก่อหนี้ชุดที่2 อีกว่า ประกอบด้วยแผนการปรับโครงสร้างหนี้ 7.37 แสนล้านบาท แยกเป็นหนี้ของรัฐบาล 5.61 แสนล้านบาท เช่น หนี้เงินกู้เพื่อชดใช้ความเสียหายให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบการเงิน (FIDF) วงเงิน 2.23 แสนล้านบาท และแผนการปรับโครงสร้างหนี้ของรัฐวิสาหกิจอีก 1.75 แสนล้านบาท
ขณะที่แผนก่อหนี้ชุดที่ 3 คือ แผนการบริหารความเสี่ยง มีวงเงิน 2.23 แสนล้านบาท และแผนก่อหนี้ชุดที่ 4 คือ แผนการบริหารจัดการหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่ต้องการขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีวงเงิน 1.27 แสนล้านบาท







