
"ควรลดภาษีนำเข้ารถไฟฟ้าเหลือ 0%" มาร์ตินแอฟเฟล เบอร์ 1 จีเอ็ม ไทย
อุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญอย่างมากกับประเทศไทย เพราะเป็นอุตสาหกรรมที่มีการลงทุนในประเทศไทยในหลักหลายแสนล้านบาท รวมถึงยังมีอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องอีกเป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ถือว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ผลักดันการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยก็ว่าได้
อุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญอย่างมากกับประเทศไทย เพราะเป็นอุตสาหกรรมที่มีการลงทุนในประเทศไทยในหลักหลายแสนล้านบาท รวมถึงยังมีอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องอีกเป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ถือว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ผลักดันการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยก็ว่าได้
อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยที่สามารถจะ “ดัน” หรือ “ดึง” ให้อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยก้าวไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ปัจจัยนั้นก็คือ โครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ ที่ในอนาคตกรมสรรพสามิตกำลังกำหนดโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ขึ้นมาโดยใช้ปริมาณการปล่อย Co2 หรือคาร์บอนมอนอกไซด์ จากท่อไอเสียของรถยนต์แต่ละชนิด เป็นตัวกำหนดอัตราภาษี โดยรถคันใดปล่อยค่า Co2 สูง ก็จะเสียภาษีสรรพสามิตสูงตามไปด้วย แต่หากปล่อยค่า Co2 ต่ำ อัตราภาษีสรรพสามิตก็จะลดลงตามสัดส่วน
จากเดิมที่โครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ของไทย เสียตามขนาดของเครื่องยนต์และจำนวนแรงม้าเป็นหลัก ยิ่งเครื่องยนต์ใหญ่แรงม้ามาก ก็ต้องเสียภาษีสรรพสามิตสูงตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ร่างโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ตามการปล่อยค่า Co2 ที่กรมสรรพสามิตกำหนดขึ้นมานั้น ได้แยกเทคโนโลยีเครื่องยนต์อย่าง ไฮบริด และไฟฟ้า ให้เสียภาษีในอัตรา 10% โดยไม่ได้พิจารณาจากค่า Co2 ที่ออกจากท่อไอเสีย และยังมีการกำหนดอัตราภาษีสำหรับรถยนต์ที่ใช้พลังงานน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 อีกด้วย
โครงสร้างภาษีดังกล่าว ทำให้เกิดข้อสงสัยในอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างยิ่งว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเทคโนโลยีเครื่องยนต์บางประเภทหรือไม่
มาร์ติน แอฟเฟล ประธานกรรมการ ประจำประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) และบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) แสดงความเห็นเรื่องนี้ว่า โครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์นั้น เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องสร้างให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการรถยนต์ทุกราย ต้องไม่เอื้อให้กับเทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่งเป็นพิเศษ จนทำให้เทคโนโลยีอื่นเสียเปรียบ
ทั้งนี้ โครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์นั้น ควรคำนึงแต่ค่า Co2 อย่างเดียวเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องแยกประเภทของเครื่องยนต์ออกมาเป็นหมวดพิเศษ เพื่อให้ทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานของความเป็นธรรม เพราะปริมาณ Co2 ที่ออกมาจากท่อไอเสียนั้น ไม่ว่าจะออกมาจากเทคโนโลยีใด ก็ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพของอากาศในประเทศไทยด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีอัตราพิเศษสำหรับเทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่งโดยเฉพาะ
“รัฐบาลต้องกำหนดให้ชัดว่า การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร และรัฐบาลต้องการอะไรจากการปรับโครงสร้างภาษี ต้องการเงินภาษีเพิ่มขึ้นหรือต้องการช่วยเรื่องของสิ่งแวดล้อม เพราะโครงสร้างภาษีนี้จะสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของรัฐบาล”
สำหรับระยะเวลาที่ให้ผู้ประกอบการปรับตัวนั้น ต้องบอกว่ายิ่งรัฐบาลให้เวลาในการปรับตัวนานเท่าใดก็ยิ่งเป็นเรื่องดี เพราะทุกอย่างต้องใช้เวลา ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยีใหม่ที่เหมาะสมกับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ ซึ่งเวลา 3 ปี ยังถือว่าไม่นานพอ เวลาที่เหมาะสมกับการปรับตัวน่าจะอยู่ที่ 6 ปี
ส่วนการนำรถยนต์ เชฟโรเลต โวลต์ ซึ่งเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ใช้เครื่องยนต์ในการผลิตไฟฟ้าเพื่อเป็นพลังงานขับเคลื่อน เข้ามาทดลองขับในประเทศไทยนั้น ปรากฏว่าได้รับการตอบรับอย่างดี ทั้งจากหน่วยงานราชการและสื่อมวลชนที่ได้รับรู้ถึงเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าในอีกรูปแบบหนึ่งที่ไม่จำเป็นต้องกังวลในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานในด้านสถานีเติมกระแสไฟฟ้า ที่ในประเทศไทยยังไม่มีสถานีเติมกระแสไฟฟ้าให้บริการแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ยังไม่มีแผนที่จะนำรถยนต์เชฟโรเลต โวลต์ เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย เนื่องจากต้องเสียภาษีนำเข้าในอัตราสูงถึง 80% ทำให้ราคาจำหน่ายรถยนต์เชฟโรเลต โวลต์ อยู่ในระดับที่สูงมาก (เกือบ 3 ล้านบาท) ทำให้ไม่สามารถทำตลาดในแบบจำนวนมากได้
ทั้งนี้ จีเอ็ม ต้องการให้รัฐบาลลดภาษีนำเข้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าลงเหลือ 0% เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยได้ เพราะในปัจจุบันไม่มีค่ายรถยนต์รายใดสามารถผลิตรถไฟฟ้าในประเทศไทยได้ ต้องนำเข้าจากต่างประเทศก่อน เนื่องจากปริมาณยอดจำหน่ายยังไม่มากพอที่จะขึ้นไลน์การผลิต
ดังนั้น รัฐบาลควรจะต้องลดภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าให้เหลือ 0% เพื่อให้ค่ายรถยนต์นำเทคโนโลยีดังกล่าวมาให้ผู้บริโภคชาวไทยได้ใช้ และประเทศไทยก็จะได้ประโยชน์ในเรื่องของสิ่งแวดล้อม รวมถึงเป็นการเริ่มต้นการใช้เทคโนโลยีรถไฟฟ้าก่อน เพื่อให้มีรถประเภทนี้ใช้งานให้มากขึ้นก่อนที่จะมีการผลิตในประเทศไทย
“ถ้าไม่ยกเลิกภาษีนำเข้ารถไฟฟ้า ก็ไม่มีทางที่รถไฟฟ้าจะเกิดขึ้นได้ในประเทศไทย เพราะในช่วงแรกต้องมีการนำเข้ามาทำตลาดก่อน เพื่อให้เกิดปริมาณการใช้งาน” เบอร์ 1 จีเอ็ม ประเทศไทย กล่าวทิ้งท้าย







