
บี้6เช่าเหมาลำ รายงานรายได้
กรมการบินพลเรือน เรียกสายการบินเช่าเหมาลำ 6 ราย จี้รายงานผลการดำเนินงานเข้มงวดขึ้น หวั่นซ้ำรอยพี.ซี.แอร์
กรมการบินพลเรือน เรียกสายการบินเช่าเหมาลำ 6 ราย จี้รายงานผลการดำเนินงานเข้มงวดขึ้น หวั่นซ้ำรอยพี.ซี.แอร์
นายวรเดช หาญประเสริฐ อธิบดีกรมการบินพลเรือน (บพ.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 26 ต.ค. ได้เชิญผู้ประกอบการสายการบินที่ให้บริการแบบเช่าเหมาลำรวม 6 ราย มาหารือเพื่อชี้แจงนโยบายการกำกับดูแลที่จะมีการเข้มงวดมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนสายการบินพีซีแอร์อีก ซึ่งในเบื้องต้นเตรียมเพิ่มมาตรการให้ทุกสายการบินต้องจัดส่งผลการดำเนินงานแจ้งมายัง บพ.ทุกๆ 3 หรือ 6 เดือน เพื่อทราบข้อมูลเกี่ยวกับฐานะทางการเงินของแต่ละบริษัทอย่างใกล้ชิด และช่วยเฝ้าระวังไม่ให้เกิดปัญหาหนี้สินจนกระทบต่อการให้บริการการบินเหมือนเช่นของพี.ซี.แอร์อีก
“เราจะดูแลเข้มงวดมากขึ้น แต่ละบริษัทต้องส่งตัวเลข เช่น ยอดรายได้ รายจ่าย กำไร ขาดทุนและภาระหนี้ให้ บพ.พิจารณาตามระยะเวลาที่กำหนดหากบริษัทเริ่มมีปัญหาเรื่องการเงินจะได้ช่วยหาทางแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาหยุดบินได้ทัน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารที่ใช้บริการ” นายวรเดชกล่าว
นอกจากนี้ จะมีการแจ้งให้ทั้ง 6 สายการบินได้ทราบว่า บพ.เตรียมออกประกาศคุ้มครองสิทธิผู้โดยสารที่ใช้บริการสายการบินของไทยในเส้นทางไม่ประจำภายในประเทศและต่างประเทศด้วย เพื่อบังคับใช้กับสายการบินแบบเช่าเหมาลำ ในขณะเดียวกันจะได้รับทราบสถานะของแต่ละบริษัทและรับฟังปัญหา อุปสรรคของการดำเนินงานแต่ละรายว่า ต้องการให้ บพ เข้าไปช่วยเหลือด้วย
สำหรับความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาการหยุดทำการบินของสายการบินพีซีแอร์ นายวรเดช กล่าวว่า จากการหารือร่วมกัน 3 ฝ่าย คือ พีซีแอร์ บริษัท สกายเจ็ท ผู้ให้บริการภาคพื้นที่ประเทศเกาหลี และบริษัท แจชิน ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเติมน้ำมันเครื่องบิน ผลสรุปว่า ทั้ง 3 ฝ่ายมีความเห็นที่สอดคล้องกันว่าต้องการให้พีซีแอร์ดำเนินธุรกิจการบินต่อไป เพื่อให้มีสภาพคล่องและมีเงินมาชำระหนี้ได้ และได้ให้ทั้ง 3 ฝ่ายได้ทำหนังสือเพื่อยืนยันการทำธุรกิจร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษรส่งมายัง บพ. เพื่อใช้เป็นหลักฐานหากในอนาคตว่า หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ปฏิบัติตามคำยืนยันก็อาจมีความผิดและต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้น
“ผลการหารือเป็นไปด้วยดี โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาหนี้ของพี.ซี.แอร์ พบว่าพีซีแอร์มีหนี้ค้างชำระเพียงรายการเดียวคือค่าน้ำมัน รวมประมาณ 3 แสนเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 10 ล้านบาท ส่วนบริษัท แจชิน ผู้จำหน่ายน้ำมันก็ยินยอมให้พีซีแอร์ทยอยผ่อนชำระหนี้ค่าน้ำมันเป็นงวดๆ ละประมาณ 6 หมื่นเหรียญสหรัฐ หากพีซีแอร์กลับมาทำการบินอีกครั้ง คาดว่าภายใน 1 เดือนจะชำระหนี้ที่ค้างได้ทั้งหมด” นายวรเดช กล่าว
อย่างไรก็ตาม การพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาติประกอบกิจการการบินของพีซีแอร์จะต้องใช้ระยะเวลาในการรวบรวมข้อเท็จจริงก่อน ส่วนการเพิกถอนใบอนุญาติทำการบินแบบเช่าเหมาลำของพีซีแอร์ที่จะหมดอายุในวันที่ 31 ต.ค.2555นั้น ขณะนี้ยังไม่ได้พิจารณา เนื่องจากพีซีแอร์ยังไม่ได้ยื่นขอต่ออายุใบอนุญาต หากมีการยื่นขอต่ออายุจะพิจารณารายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาว่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้โดย สารได้หรือไม่







