posttoday
'เป๊ปซี่'ทุ่มมหึมา1.84หมื่นล้าน รักษาแชมป์น้ำดำ-ตีกันน้องใหม่

'เป๊ปซี่'ทุ่มมหึมา1.84หมื่นล้าน รักษาแชมป์น้ำดำ-ตีกันน้องใหม่

26 ตุลาคม 2555

หลังจากตลาดน้ำอัดลมเมืองไทยจืดชืด ไม่หวือหวามานานกว่า 5 ปีที่ผ่านมา

หลังจากตลาดน้ำอัดลมเมืองไทยจืดชืด ไม่หวือหวามานานกว่า 5 ปีที่ผ่านมา

ส่วนหนึ่งจากการโหมแคมเปญการตลาดอย่างหนักในกลุ่มชาเขียวพร้อมดื่มที่ไต่ระดับมูลค่าการตลาดรวมแตะ 8,000 ล้านบาทแล้วในปัจจุบัน

ทว่า ในปีนี้กลุ่มเครื่องดื่มน้ำอัดลมมูลค่ากว่า 3.8 ล้านบาทในไทย เริ่มฟื้นคืนความสดชื่นอีกครั้ง หลังจากที่ยักษ์ใหญ่จากทั้ง 2 ค่าย “เป๊ปซี่” และ “โค้ก” รวมทั้งเบอร์ 3 ในตลาดอย่าง “บิ๊กโคล่า” ที่ในปีนี้ต่างจัดหนักงบลงทุนและการทำตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อหวังชิงส่วนแบ่งลำคอ และท็อป ออฟ มายด์ แบรนด์น้ำอัดลมเบอร์ 1 ในใจผู้บริโภคชาวไทยได้มากที่สุดนับจากนี้

นอกจากนี้ ยังไม่รวมถึงพันธมิตรในตลาดน้ำดำมานานกว่า 58 ปี อย่างบริษัท เสริมสุข ผู้ผลิตและกระจายสินค้ารายใหญ่ให้กับเป๊ปซี่ ที่เตรียมปิดฉากสัญญาทางธุรกิจอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 พ.ย. 2555 และในวันรุ่งขึ้น (2 พ.ย.) นี้ จะไม่มีเป๊ปซี่บรรจุขวดแก้วภายใต้การผลิตของบริษัท เสริมสุข เพื่อทำตลาดอีกต่อไป

ขณะเดียวกัน เสริมสุข ยังเตรียมแปรสภาพจาก(พันธ)มิตร มาเป็นคู่แข่งเพียงชั่วข้ามคืนอีกด้วย จากการเปิดตัวเครื่องดื่มน้ำอัดลมยี่ห้อใหม่ภายใต้แบรนด์ “เอส” (est) ที่จะเปิดตัวพร้อมแผนการทำตลาดในเดือน พ.ย.ปีนี้ เพื่อท้ารบในตลาดเดียวกัน โดยเฉพาะกลุ่มน้ำดำที่ครองสัดส่วนกว่า 70-80% ในตลาดรวม 3.8 หมื่นล้านบาท

จา-กรูท โคเตชา กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท เป๊ปซี่โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง ผู้ผลิตและทำตลาดเครื่องดื่มอัดลมแบรนด์ “เป๊ปซี่” กล่าวว่า บริษัทยังพร้อมดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างเต็มตัว หลังจากหมดสัญญาทางธุรกิจกับบริษัท เสริมสุข อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 พ.ย. 2555

สำหรับแผนการลงทุนของเป๊ปซี่นับตั้งแต่ปี 2555-2558 ได้วางงบประมาณลงทุนไว้ถึง 1.84 หมื่นล้านบาท หรือ 600 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยแบ่งเป็นการผลิตและกระจายสินค้า รวมทั้งกิจกรรมการตลาดเพื่อสร้างแบรนด์และรักษาความเป็นผู้นำในตลาดน้ำอัดลมในประเทศไทยต่อเนื่อง

'เป๊ปซี่'ทุ่มมหึมา1.84หมื่นล้าน รักษาแชมป์น้ำดำ-ตีกันน้องใหม่

 

ทั้งนี้ โรงงานผลิตดังกล่าวตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จ.ระยอง ใช้งบลงทุน 5,200 ล้านบาท บนพื้นที่ 96 ไร่ โดยจะเป็นโรงงานผลิตเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก

แผนการก่อสร้างโรงงานดังกล่าวจะแบ่งเป็น 3 เฟส ซึ่งในขณะนี้เฟสแรกเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเดินเครื่องผลิตแล้ว ส่วนเฟสที่ 2 ตั้งเป้าจะแล้วเสร็จในต้นปี 2556 โดยโรงงานแห่งนี้จะผลิตเครื่องดื่มเป๊ปซี่แบบขวดพีอีทีและแบบกระป๋อง มีกำลังการผลิตประมาณ 600-800 ขวดต่อนาที จากเครื่องจักร 8 ไลน์ผลิต และจะวางจำหน่ายในตลาดตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย.นี้เป็นต้นไป

ขณะเดียวกันยังวางเป้าหมายที่จะเดินหน้าผลิตอย่างเต็มกำลัง ทั้งในรูปแบบขวดและกระป๋องในเดือน มิ.ย.ปีหน้า ส่วนในรูปแบบขวดแก้วหลังจากสิ้นสุดสัญญากับทางบริษัท เสริมสุข ก็จะเลิกผลิต และมั่นใจว่าจะไม่เสียเปรียบคู่แข่งที่มีจำหน่ายขวดแก้ว เนื่องจากแนวโน้มของผู้บริโภคทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทย นิยมเครื่องดื่มในแบบขวดแก้วลดลง และหันมานิยมในขวดพีอีทีมากกว่า

นอกจากนี้ การขนส่งและกระจายสินค้า (โลจิสติกส์) ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของธุรกิจเครื่องดื่มในประเทศไทยนั้น เป๊ปซี่ได้เลือกใช้บริการของบริษัท ดีเอชแอล ซึ่งถือว่าเป็นผู้นำด้านขนส่งระดับโลกเป็นผู้กระจายสินค้าให้ โดยได้เป็นพันธมิตรร่วมกันในหลายๆ ประเทศมาแล้ว

พร้อมกันนี้ยังให้พันธมิตรด้านกระจายสินค้าระดับท้องถิ่นที่มีความชำนาญในพื้นที่และมีเครือข่ายแข็งแกร่ง เพื่อช่วยกระจายสินค้าในร้านค้าทั่วประเทศด้วย

จากแนวทางดังกล่าว บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถกระจายสินค้าได้ทั่วถึง และจะแบ่งการกระจายสินค้าเป็น 5 ภาค ผ่านจุดกระจายสินค้า 50 แห่งทั่วประเทศ ขณะที่การขนส่งและกระจายสินค้าผ่านร้านค้าปลีกสมัยใหม่บริษัทได้ดำเนินการเอง และได้ติดต่อกับห้างค้าปลีกรายใหญ่ทั้งหมดแล้ว

จา-กรูท โคเตชา ปิดท้ายอย่างมั่นใจว่า ปัจจุบันเป๊ปซี่ยังคงความเป็นผู้นำในตลาดน้ำอัดลมประเภทน้ำดำ มีส่วนแบ่งตลาดที่ 50% และจากนี้ไปคาดว่าจะสามารถผลักดันส่วนแบ่งตลาดให้เพิ่มขึ้น เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาดน้ำดำประเทศไทยต่อไป

ส่วนจะได้ตามเป้าหมายหรือไม่นั้น คงต้องจับตากลยุทธ์ของคู่แข่งหลักอย่างโค้กที่เริ่มโหมทำตลาดแล้ว รวมไปถึงอันดับ 3 อย่างบิ๊กโคล่าที่หวังช่วงการเปลี่ยนผ่านของรายใหญ่โดดเข้าทำตลาด และที่ต้องจับตาอย่างไม่กะพริบคือแบรนด์น้องใหม่ “เอส” จากค่ายเสริมสุข ที่พร้อมชิงเค้ก 3.8 หมื่นล้านบาทเช่นกัน

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท