
ไทยติดอันดับ1ใน3ลงทุนลาวมากสุด
ไทยติดอันดับ 1 ใน 3 ประเทศที่ลงทุนในลาว ทูตพาณิชย์ระบุ 3 ไตรมาสปี 55 มูลค่าการส่งออกของไทยมากถึง 94,500 ล้านบาท ด้านรัฐบาลลาวหนุนนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนเต็มที่
ไทยติดอันดับ 1 ใน 3 ประเทศที่ลงทุนในลาว ทูตพาณิชย์ระบุ 3 ไตรมาสปี 55 มูลค่าการส่งออกของไทยมากถึง 94,500 ล้านบาท ด้านรัฐบาลลาวหนุนนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนเต็มที่
นางพิมล ปงกองแก้ว อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายการพาณิชย์ ประเทศไทย ประจำ สปป.ลาว เปิดเผยว่า ความสัมพันธ์ทางด้านการค้าระหว่างไทยและลาว โตขึ้นอย่างมาก โดยจะเห็นได้จากตัวเลขครึ่งปีแรกของปี 2555 ที่เพิ่มขึ้นกว่า 47% แสดงให้เห็นว่าทั้ง 2 ประเทศมีความสัมพันธ์ทางด้านการค้าที่เหนียวแน่น ทั้งนี้ในภาพรวมคนไทยส่วนใหญ่ที่มาลงทุนในลาวจะเป็นไปในรูปแบบด้านเกษตรแปรรูป โรงงาน น้ำตาล เครื่องนุ่มห่ม เสื้อผ้า การทำเหมืองแร่ และทำเขื่อน โดยเฉพาะกับการลงทุนด้านพลังงานไฟฟ้า ที่ต้องยอมรับว่าลาวเป็นแหล่งพลังงานสำคัญ และไทยซื้อหรือนำเข้าจากลาวในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก อีกทั้งรัฐบาลลาวได้เคยประกาศไว้ว่าในปี 2020 ลาวจะเป็นแบตเตอรี่ออฟเอเชีย ซึ่งจะสามารถสามารถส่งมาจำหน่ายที่ไทยได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันธุรกิจที่น่าจับตามองคือในกลุ่มการเงิน การธนาคารและการประกันภัย ซึ่งคนไทยยังคงมองถึงการลงทุนในการทำประกันให้กับคนลาว ทั้งในประเภทของสุขภาพ อสังหาริมทรัพย์ รวมไปถึงสิ่งต่างๆที่สามารถคุ้มครองได้
“วันนี้เป็นโอกาสที่ดีของนักธุรกิจไทยที่จะเข้ามาลงทุนในลาว เพราะคนลาวมองว่าคนไทยเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่ค้ามาโดยตลอด และอยากที่จะให้มาร่วมลงทุนและพัฒนาประเทศ จะเห็นได้จากตัวเลขการลงทุนในปี 2554 คนไทยเข้ามาลงทุนมากถึง 154 ล้านเหรียญติดอันดับ 3 ของการลงทุนในลาว และจากยอดรวมมูลค่าทางเศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศในปีที่ผ่านมาพบว่ามีมูลค่าทางการค้าร่วมกันกว่า 140,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้คิดเป็นมูลค่าการส่งออกของไทย มากถึง 94,500 ล้านบาท ขณะเดียวกันตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่วงชาติที่ รัฐบาลลาวได้กำหนดไว้ 4 ด้าน แยกเป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทางด้านการศึกษา การพัฒนาด้านจินตนาการ จิตใจและสภาพสังคม การพัฒนาในด้านข้อกฎหมาย เพราะลาวจะก้าวเข้าสู่การเป็นสมาชิกประเทศ WT O ในปี 2558 ดังนั้นความพร้อมในการที่จะปรับปรุงในด้านของกฎระเบียบที่ได้มาตรฐานสากลมากขึ้น ท้ายที่สุดคือการพยายามนำพาประชาชนชาวลาว นั้นหลุดพ้นจากความยากจนให้ได้ในภาพรวมทั้งประเทศภายในปี 2020 ซึงรัฐบาลลาวได้ประกาศเอาไว้แล้วอย่างชัดเจน ”
นางพิมล กล่าวต่ออีกว่า นโยบายด้านการพัฒนาเศรษฐกิจซึ่งรัฐบาลลาวที่ได้กำหนดให้เอื้อต่อนักลงทุนชาวต่างชาติ โดยเฉพาะจากประเทศไทย ซึ่งการเข้ามาศึกษารายละเอียดและร่วมลงทุนร่วมกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการจับคู่ทางธุรกิจการค้าร่วมระหว่างนักธุรกิจชาว จ.ขอนแก่น และนักธุรกิจชาวลาว ที่มีเอกชนธนาคารพงสะหวัน สปป.ลาวเป็นคนกลางในการประสานงานและร่วมเจรจาทางด้านการค้าและการลงทุน รวมไปถึงด้านการศึกษานับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะได้รับความสนใจจากนักธุรกิจทั้ง 2 ประเทศมากกว่า 60 คน ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มบุกเบิกที่จะเป็นพลังขุมสำคัญในการร่วมพัฒนาธุรกิจและเศรษฐกิจของลาวได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามข้อควรระวังคือนักธุรกิจไทยจะต้องให้ความสำคัญกับรายละเอียดการเข้าไปลงทุนกับต่างประเทศให้มาก โดยเฉพาะต้องศึกษากฎระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกฎหมาย รวมทั้งต้องศึกษาหาข้อมูลด้าน วัฒนธรรม วิถีความเป็นอยู่รวมถึงพฤติกรรมการบริโภคและข้อมูลขั้นพื้นฐานอื่นให้เข้าใจเสียก่อนโดยเฉพาะเรื่องระเบียบ เพราะบางอย่างเปลี่ยนค่อนข้างเร็ว ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับนักลงทุนได้ นอกจากนี้ในเรื่องของลงทุนหากได้ที่ปรึกษาหรือหน่วยกลางในการทำการประสานงานหรือร่วมในการพิจารณาตัดสินใจในด้านต่างๆ การดำเนินธุรกิจก็จะยืนยาวมากขึ้น ทั้งนี้กลุ่มผู้ประกอบการคนไทยเองก็จะต้องมีความอดทนในการที่จะทำธุรกิจร่วมกัน มีความจริงใจ และมีผลประโยชน์ที่มีความเสมอภาคซึ่งกันและกัน
อย่างไรก็ดีจากอดีตจนถึงปัจจุบัน สินค้าจากประเทศไทย ยังคงได้รับความนิยมจากประเทศลาว เพราะความใกล้ชิด การรับข้อมูลข่าวสารที่มีภาษาคล้ายกัน ดังนั้นหากสินค้าที่ดีมีคุณภาพ ก็จะได้รับความเชื่อถือจนกลายมาเป็นคู่ค้าทางเศรษฐกิจที่สำคัญวัฒนธรรมการสื่อสารที่ค่อนข้างได้เปรียบ ซึ่งเราสามารถสื่อสารกันได้โดยไม่ต้องใช้ล่าม ในจุดนี้เราได้เปรียบประเทศอื่นอย่างมาก โอกาสมากกว่าชาติอื่นซึ่งตอนนี้ทางการลาวเปิดเต็มที่ ส่งเสริมสนับสนุนให้ต่างชาติเข้าไปลงทุนได้อย่างเต็มที่ จึงอยากจะให้คนไทยได้ศึกษา นำเอาประสบการณ์และความตั้งใจเข้าไปทำธุรกิจในลาว นำชาติอื่นในอาเซียน ที่กำลังเริ่มทยอยหลั่งไหลเข้าไปร่วมทุนหรือลงทุนในลาวอยู่ในขณะนี้







