
เสียง‘พยุงศักดิ์’ปึ้ก
โพสต์ทูเดย์ — กองเชียร์ “พยุงศักดิ์” มั่นใจ ผลเลือกตั้งกรรมการ ส.อ.ท. ครองฐานเสียงเหนือคู่ชิง
นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในการเลือกตั้งคณะกรรมการ ส.อ.ท. เมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา จะได้กรรมการประเภทเลือกตั้ง 226 คน ซึ่งหลังจากนี้จะตรวจสอบรายชื่อกรรมการที่ผ่านการเลือกตั้ง จะสนับสนุนนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานส.อ.ท. จำนวนเท่าใด
ทั้งนี้ กรรมการประเภทเลือกตั้งทั้ง 226 คน จะไปรวมกับกรรมการประเภทแต่งตั้ง 113 คน รวมเป็น 339 คน เพื่อไปเลือกตั้งประธาน ส.อ.ท. ในวันที่ 20 เม.ย. 2553 ซึ่งจากการตรวจสอบรายชื่อเบื้องต้นมีความมั่นใจว่ากรรมการส่วนใหญ่จะเลือกนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล เป็นประธาน ส.อ.ท. คนใหม่
นายสันติ กล่าวด้วยว่า การเลือกตั้งคณะกรรมการเป็นไปด้วยความโปร่งใส เนื่องจากคำสั่งศาลปกครองได้สั่งยกคำร้องคุ้มครองชั่วคราวการเลือกตั้ง จึงดำเนินต่อไปได้ เพราะเห็นว่าหากศาลมีคำสั่งระงับการเลือกตั้งกรรมการส.อ.ท.จะเป็นอุปสรรคแก่การบริหารงานและการบริการสาธารณะของส.อ.ท. ที่จะมีกรรมการมาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด ประกอบกับแม้จะมีการเลือกตั้ง แต่หากมีข้อเท็จจริงในภายหลังว่ากรรมการของ ส.อ.ท. ที่ได้รับเลือกตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลก็มีอำนาจเพิกถอนผลการเลือกตั้งได้ ซึ่งขณะนี้ขั้นตอนของศาลปกครองอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับฟ้อง ซึ่งคงต้องพิจารณาว่า ส.อ.ท. เป็นฝ่ายปกครอง หรือไม่
*นายสันติ กล่าวว่า ต้องการประธานส.อ.ท.คนใหม่เข้ามาดำเนินนโยบายด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เคยทำไว้อย่างต่อเนื่อง เช่น การพัฒนากลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) การสร้างความเข้มแข็งให้กับสมาชิก เพื่อรองรับการค้าเสรีที่จะเกิดขึ้น ทั้งในแง่ของโอกาสทางการค้า และการแข่งขันกับต่างประเทศ รวมทั้งพัฒนาระบบโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เนื่องจากเป็นต้นทุนสำคัญของภาคการผลิต เป็นต้น
ดนนายสุรพร สิมะกุลธร ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ หนึ่งในผู้ชิงตำแหน่งประธาน ส.อ.ท. คนใหม่ กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งคณะกรรมการสามารถสะท้อนให้เห็นตัวประธาน ส.อ.ท. คนใหม่ว่าจะเป็นใคร เพราะเป็นที่ทราบก่อนการเลือกตั้งว่ามีคะแนนจัดตั้ง หรือบล็อกโหวต 1 คน ถือบัตรลงคะแนน 1 ใบ แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ 1 คน อาจถือบัตรมากกว่า 1 ใบ อีกทั้งการแต่งตั้งอนุกรรมการสรรหากรรมการก็มีการล็อกให้สนับสนุนเฉพาะคนไว้แล้ว จึงจะเก็บข้อมูลนำไปยื่นต่อศาล
นายอดิศักดิ์ โรหิตะศุน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ศาลปกครองจะยังพิจารณาเรื่องความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้งอยู่ ดังนั้นถือว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 มี.ค. ยังมีศาลปกครองดูแลซึ่งหากข้อเท็จจริงปรากฏก็น้อมรับคำพิพากษาของศาล สำหรับการแข่งขันยังมั่นใจในเสียงสนับสนุน อยากเห็นความสามัคคี บริสุทธิ์ ยุติธรรม เพื่อสมาชิกจะได้เชื่อใจ และผลการเลือกตั้งออกมาจะได้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายและทำงานร่วมกันได้ต่อไป
นายพยุงศักดิ์ ตัวเต็งประธาน ส.อ.ท. คนใหม่ กล่าวว่า การเลือกตั้งในครั้งนี้ได้แสดงตัวเป็นผู้แทนบริษัท ชาคโร ผู้ผลิตท่อเหล็กกล้าไร้สนิม โดยยังมั่นใจในความบริสุทธิ์ของการเลือกตั้ง เรื่องการบล็อกโหวตเชื่อว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ ส่วนการไต่สวนของศาลมีการให้ข้อมูลที่ชัดเจน มั่นใจว่าการดำเนินการของ ส.อ.ท. ตามกฎระเบียบข้อบังคับ ส่วนศาลจะตัดสินเช่นไรก็น้อมรับ แต่เท่าที่เห็นวันนี้มีสมาชิกมาใช้สิทธิ์กันเยอะ จากจำนวนสมาชิกทั้งหมดที่มีสิทธิ์ 2,696 ก็ทำให้มีกำลังใจและมั่นใจขึ้น
รายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุมสามัญประจำปี 2553 มีสมาชิก ส.อ.ท. มาลงทะเบียนประชุม 1,202 คน มีสิทธิลงคะแนนรวม 2,696 เสียง มีสมาชิกมาเลือกตั้งครบ คาดว่ากรรมการที่สนับสนุนนายพยุงศักดิ์มีประมาณ 200 คน จึงมีโอกาสสูงที่จะชนะเลือกตั้งประธานวันที่ 20 เม.ย.นี้
นอกจากนี้ กลุ่มที่สนับสนุนนายพยุงศักดิ์ได้หารือว่า ควรเสนอให้นายสันติฟ้องนายสุรพร และนายอดิศักดิ์ ข้อหาหมิ่นประมาท ส.อ.ท. โดยฟ้องทั้งคดีอาญาและแพ่ง เรียกค่าเสียหายราว 100 ล้านบาท







