
เคาะ35โครงการหลังน้ำท่วม 2.8 หมื่นล้าน
รมว.อุตสาหกรรม ทิ้งทวนเคาะ 35 โครงการฟื้นฟูลงทุนหลังน้ำท่วม มูลค่าลงทุนกว่า 2.8 หมื่นล้านบาท
รมว.อุตสาหกรรม เคาะ 35 โครงการฟื้นฟูลงทุนหลังน้ำท่วม มูลค่าลงทุนกว่า 2.8 หมื่นล้านบาท
ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อฟื้นฟูการลงทุนจากวิกฤตอุทกภัย ครั้งที่ 6 ว่า ที่ประชุมได้อนุมัติโครงการขอรับส่งเสริมการลงทุนตามมาตรการเพื่อฟื้นฟูการลงทุนจากวิกฤตอุทกภัย รวมทั้งสิ้น 35 โครงการ คิดเป็นมูลค่าลงทุนรวม 2.83 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ แยกเป็นการอนุมัติภายใต้มาตรการเพื่อฟื้นฟูการลงทุนจากวิกฤตอุทกภัย รวม 27 โครงการ เงินลงทุนรวม 2.32 หมื่นล้านบาท และการอนุมัติภายใต้มาตรการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนใหม่หรือขยายการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมในจ.พระนครศรีอยุธยา และจ.ปทุมธานี รวมจำนวน 8 โครงการ เงินลงทุนรวม 5,057.1 ล้านบาท
สำหรับ 27 โครงการที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมภายใต้มาตรการเพื่อฟื้นฟูการลงทุนจากวิกฤตอุทกภัย พบว่า ใน 23 โครงการตั้งกิจการในที่พื้นที่เดิม โดยมีเพียง 2 โครงการที่ย้ายที่ตั้งใหม่ ส่วนอีก 2 โครงการได้เพิ่มที่ตั้งใหม่และยังดำเนินกิจการในที่ตั้งเดิม ซึ่งมีโครงการฟื้นฟูการลงทุนของบริษัทรายใหญ่ เช่น บริษัทฮอนด้า ออโตโมบิล ได้รับอนุมัติ 2 โครงการคือ การผลิตชิ้นส่วนโลหะปั๊มขึ้นรูปยานพาหนะ มูลค่าลงทุน 1,663 ล้านบาท และโครงการผลิตเพลาข้อเหวี่ยง เพลาลูกเบี้ยว มูลค่าลงทุน 2,280 ล้านบาท ตั้งในกิจการเดิมที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา
สำหรับโครงการที่ได้รับอนุมัติภายใต้มาตรการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนใหม่หรือขยายการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมในอยุธยาและปทุมธานี มี 8 โครงการ เช่น บริษัท สยาม เอ็น เค เอส เป็นกิจการนำวัสดุที่ไม่ต้องการใช้แล้วมาแปรรูปเพื่อใช้ใหม่ เงินลงทุนทั้งสิ้น 321 ล้านบาท ตั้งอยู่นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร จ.อยุธยา และบริษัท อยุธยากล๊าส อินดัสทรี กิจการผลิตขวดแก้ว สำหรับบรรจุเครื่องดื่ม ซอสปรุงรส เงินลงทุน 3,500 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จ.อยุธยา
ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีโครงการลงทุนที่รอการอนุมัติเหลืออยู่อีก 41 โครงการ มูลค่าลงทุนรวม 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะมีการเสนอในการประชุมครั้งต่อไป โดยที่ผ่านมามีโครงการที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมภายใต้มาตรการฟื้นฟูการลงทุนจากวิกฤติอุทกภัย จำนวน 80 โครงการ รวมมูลค่าเงินลงทุน 3.8 หมื่นล้านบาท และเป็นโครงการที่ได้รับส่งเสริมภายใต้มาตรการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนใหม่หรือโครงการขยายการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมในอยุธยาและปทุมธานี จำนวน 12 โครงการ รวมมูลค่าเงินลงทุน 1.12 หมื่นล้านบาท







