
ททท.ควงบินไทยปั้นท่องเที่ยว
ถกเพิ่มจำนวนที่นั่งตลาดหลัก สุวัตรไล่บี้จดทะเบียนโรงแรม
ถกเพิ่มจำนวนที่นั่งตลาดหลัก สุวัตรไล่บี้จดทะเบียนโรงแรม
ททท.ผนึกการบินไทย เล็งตั้งทีมงานปั้นแบรนด์ไทย เนส กระตุ้นนักท่องเที่ยวต่างชาติ หนุนสร้างรายได้ตามเป้า 2 ล้านล้านบาท
นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.เตรียมหารือร่วมกับ นายสรจักร เกษมสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย เพื่อวางแผนกลยุทธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกัน โดยเฉพาะการปั้นแบรนด์ไทย เนส ออกสู่สายตานักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติ
ทั้งนี้ ททท.ได้มอบหมายให้ฝ่ายนโยบายและแผนเร่งรวบรวมข้อมูลการเดินทางของนักท่องเที่ยวแต่ละเส้นทางในแถบภูมิภาคเอเชีย ยุโรป อเมริกา รวมถึงเส้นทางในประเทศ ประเมินสถานการณ์แนวโน้มการเดินทางในอนาคต รวมถึงวิเคราะห์ตลาดว่าเส้นทางใดมีความต้องการที่นั่งโดยสารเพิ่มขึ้น เพื่อเสนอให้การบินไทยพิจารณาและวางแผนตารางบินในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซัน) ที่จะถึงนี้ เพราะการบินไทยถือเป็นส่วนสำคัญหลักที่มีส่วนช่วยผลักดันให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาประเทศไทยได้เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม การทำงานร่วมกันในครั้งนี้ จะมีส่วนช่วยผลักดันให้ประเทศไทยสามารถสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวให้เป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ 2 ล้านล้านบาท ในปี 2558 ซึ่งมองว่าในอนาคตตลาดที่จะผลักดันตัวเลขนักท่องเที่ยวและรายได้ทางการท่องเที่ยว ส่วนใหญ่จะเป็นตลาดในภูมิเอเชียเป็นหลัก
ด้านกระทรวงท่องเที่ยว เข้มธุรกิจนำเที่ยว โรงแรมที่พักต้องจดทะเบียนถูกต้องตามกฎกระทรวง หากฝาฝืนถอนใบอณุญาติทันที เริ่มมาตรการปลายปี 56 ส่วนพีซีแอร์ อยู่ระหว่างกองปราบสอบสวนหาสาเหตุระหว่างสายการบินและบริษัทนำเที่ยวนายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการเร่งรัดพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ว่า กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะตรวจเข้มธุรกิจนำเที่ยว โรงแรม และที่พักอาศัยที่ไม่ถูกกฎหมาย ปัจจุบันพบว่ามี 50-60% ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งหลังจากนี้จะทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการ เพราะกระทรวงจะบังคับกฎหมายอย่างจริงจังภายในปี 2556 ซึ่งผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนจะมีความผิดตามประกาศของกฎกระทรวง
“การออกมาตราที่เข้มงวดเพื่อสร้างความก้าวหน้าและภาพลักษณ์ที่ดีของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ที่พักอาศัยที่แอบอ้างนำมาทำเป็นที่พักให้นักท่องเที่ยว ซึ่งไม่ได้มาตรฐานเหล่านี้ต้องเข้ามาในระบบจดทะเบียนให้ถูกต้อง หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือแอบอ้างก็จะถอนใบประกอบการทันที กฎกระทรวงฉบับนี้จะมีการบังคับใช้อย่างเข้มงวดปลายปี 2556” นายสุวัตร กล่าว







