
ไทยรั้งอันดับ 18 โลกประเทศน่าลงทุน
เวิลด์แบงก์เผยผลการจัดอันดับน่าลงทุนทั่วโลกในปี2556 ไทยหล่นไปอยู่ในอันดับ 18 ของโลก
เวิลด์แบงก์เผยผลการจัดอันดับน่าลงทุนทั่วโลกในปี2556 ไทยหล่นไปอยู่ในอันดับ 18 ของโลก
น.ส.กิริฎา เภาพิจิตร นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ประจำประเทศไทย กล่าวถึง ผลการจัดทำศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจ 185 ประเทศทั่วโลกปี 2556 หรือ “Doing Business 2013” เพื่อดูความยากง่ายในการเข้ามาทำธุรกิจ ว่า ประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 18 ของโลก จากปีที่ผ่านมาอยู่อันดับที่ 17 แต่ยังถือเป็นประเทศที่น่าลงทุน เพราะยังอยู่ใน 20 อันดับแรก แม้จะประสบปัญหาวิกฤติน้ำท่วม ในช่วงที่ผ่านมา
โดยปีนี้ประเทศไทยสามารถลดขั้นตอนการจัดตั้งธุรกิจให้สะดวกขึ้น และลดขั้นตอนการจ่ายภาษีลง บวกกับนโยบายรัฐบาลที่มีการลดภาษีนิติบุคคลลงจาก 30% เหลือ 23% ทำให้ไทยยังเป็นประเทศที่น่าสนใจลงทุนอยู่ แต่ถึงแม้ไทยจะปรับปรุงขั้นตอนดีขึ้นแล้ว ก็ยังมีประเทศที่ปรับปรุงได้ดีกว่า ซึ่งไทยควรเร่งปรับปรุงด้านต่างๆต่อไป
ทั้งนี้ ไทยยังถือเป็นประเทศที่เอื้อต่อการลงทุนเป็นอันดับที่ 6 ของทวีปเอเชีย รองจากสิงคโปร์ ฮ่องกง เกาหลีใต้ มาเลเซีย และไต้หวัน และเป็นอันดับที่ 3 ของกลุ่มประเทศอาเซียน ขณะที่ประเทศสิงคโปร์ยังสามารถครองแชมป์เป็นประเทศที่เอื้ออำนวยต่อการลงทุนมากที่สุดของโลกได้เป็นครั้งที่ 7 ติดต่อกัน ขณะที่ประเทศมาเลเซียขยับขึ้นจากอันดับ 18 เป็น 12 ถือเป็นประเทศที่น่าจับตามอง
นอกจากนี้ รายงานของเวิลด์แบงก์ยังระบุว่า ประเทศที่เอื้ออำนวยต่อการทำธุรกิจในอันดับที่ 2-10 ของจากการสำรวจครั้งล่าสุดประกอบด้วย เขตปกครองพิเศษฮ่องกง นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา เดนมาร์ก นอร์เวย์ สหราชอาณาจักร เกาหลีใต้ จอร์เจีย และออสเตรเลีย ตามลำดับ
ส่วนประเทศขนาดใหญ่ทางเศรษฐกิจ เช่น เยอรมนี ได้อันดับ 20 ของโลก, ญี่ปุ่น ได้อันดับ 24, ฝรั่งเศส อันดับ 34 รวมถึงสาธารณรัฐประชาชนจีนอันดับที่ 91 ด้านกรีซ ถูกจัดให้มีความเอื้ออำนวยต่อการทำธุรกิจอยู่ในอันดับที่ 78 ของโลก เนื่องจากยังคงมีโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง แม้จะมีปัญหาวิกฤติหนี้สาธารณะ ขณะที่อันดับสุดท้าย คืออันดับที่ 185 ได้แก่ สาธารณรัฐแอฟริกากลาง







