
ถล่ม'เงินฮ่องกง'บาทยังไม่กระทบ
ธปท.เชื่อ"บาท"ไม่ใช่สเปกนักลงทุน หลังเงินทะลักเข้าฮ่องกง จนต้องแทรกแซงค่าเงิน
ธปท.เชื่อ"บาท"ไม่ใช่สเปกนักลงทุน หลังเงินทะลักเข้าฮ่องกง จนต้องแทรกแซงค่าเงิน
สำนักงานการเงินฮ่องกง(เอชเคเอ็มเอ) ประกาศเข้าแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยนอีกครั้ง เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ในวงเงินสูงถึง6,630 ล้านเหรียญฮ่องกง หรือ855 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.65 หมื่นล้านบาท)ถือเป็นการเข้าแทรกแซงตลาดครั้งที่ 2 ในรอบสัปดาห์เดียว โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 19 ต.ค. เอชเคเอ็มเอเข้าแทรกแซงเงินครั้งแรกนับแต่ปี2553 วงเงิน 603 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังจากเงินเหรียญฮ่องกงแข็งแตะเพดานต่ำสุดที่ฮ่องกงกำหนดไว้ที่ 7.75 เหรียญฮ่องกงต่อ 1 เหรียญสหรัฐ ผลจากเงินทุนมหาศาลที่ไหลเข้าตลาดหุ้นและตลาดเงินเอเชีย หลังจากสหรัฐประกาศมาตรการผ่อนปรนทางการเงิน หรือคิวอี 3
ด้านนางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เห็นว่า สาเหตุที่ เอชเคเอ็มเอ เข้าซื้อเงินเหรียญฮ่องกงจำนวนมาก เพราะต้องดูแลเงินทุนไหลเข้าเพื่อให้เหรียญฮ่องกงอยู่ในกรอบ และไม่น่าเป็นการโจมตีค่าเงิน
"เข้าใจว่าเงินทุนไหลเข้าดังกล่าวน่าจะเหมือนๆ กับที่ไหลเข้ามาในเอเชียหรือไทย เพียงแต่สกุลเงินบาทไทยหรือสกุลเงินอื่นๆในภูมิภาคไม่ใช่สเปกที่นักลงทุนต้องการ และเงินทุนไหลเข้าไทยยังปกติ"
ด้านนายตรรก บุนนาค ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในช่วงนี้ ยังไม่มีสัญญาณการเก็งกำไรระยะสั้น แต่เชื่อว่าจากนี้ธปท.จะจับตาดูการเก็งกำไรอย่างใกล้ชิดขึ้น หากมีสัญญาณไม่ดีก็คงจะมีมาตรการดูแล
นักค้าเงินจากธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ค่าเงินบาทในวันที่ 24 ต.ค. หลังจากเปิดตลาดมีการอ่อนค่าลงตามเงินสกุลยูโรเล็กน้อย และเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 30.72-30.75 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แต่ในระหว่างวันที่แรงเทขายทำให้แข็งค่าขึ้นไปในทิศทางเดียวกับภูมิภาค โดยปิดตลาดที่ 30.72-30.75 บาทต่อเหรียญสหรัฐ







