
หุ้นไทยสร้างสถิติสูงสุดหลายด้านใน 9 เดือน
ตลท.เผย 9 เดือนสร้างสถิติสูงสุด ทั้งดัชนีปรับขึ้นสูงสุดในภูมิภาคและมาร์เก็ตแคปเพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่เปิดตลาดของทั้ง SET และ mai
ตลท.เผย 9 เดือนสร้างสถิติสูงสุด ทั้งดัชนีปรับขึ้นสูงสุดในภูมิภาคและมาร์เก็ตแคปเพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่เปิดตลาดของทั้ง SET และ mai
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาของปี 2555 ผลการดำเนินงานโดยรวมบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยในช่วงไตรมาส 3 มีพัฒนาการสำคัญที่เพิ่มความน่าสนใจแก่ตลาดหุ้นไทย ได้แก่ การเริ่มใช้ระบบซื้อขายหลักทรัพย์ใหม่ SET CONNECT ที่มีประสิทธิภาพทัดเทียมกับตลาดหลักทรัพย์ชั้นนำของโลก และเชื่อมโยงกระดานซื้อขายหลักทรัพย์อาเซียน (ASEAN Trading Link) ระหว่างตลาดหลักทรัพย์ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม
ทั้งนี้ ช่วงไตรมาส 3 ตลาดหลักทรัพย์ไทยมีปัจจัยบวกสนับสนุนหลายด้าน ส่งผลให้สร้างสถิติสูงสุดในด้านต่างๆ ได้แก่ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยที่ปรับสูงขึ้นมากที่สุดในภูมิภาค มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่ปรับสูงขึ้นทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เปิดทำการ รวมถึงการที่ประเทศไทยได้รับการยกอันดับด้านการกำกับดูแลกิจการ CG Watch 2012 ขึ้นจากอันดับที่ 4 เป็นอันดับที่ 3 จากทั้งหมด 11 ประเทศในเอเชีย อีกทั้งการปรับเกณฑ์รับบริษัท Holding Company เพื่อรับบริษัทไทยที่มีการทำธุรกิจอยู่ในต่างประเทศเข้าจดทะเบียนก็ได้รับความสนใจ โดยมีบริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด ได้แต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงินแล้ว และอีก 2-3 รายอยู่ระหว่างการยื่นไฟลิ่ง
สำหรับในช่วง 9 เดือนของปี 2555 มูลค่าซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยต่อวัน (average daily turnover) ของ SET และ mai ยังคงสูงอยู่ในระดับต้นของภูมิภาคต่อเนื่องจากไตรมาสที่ผ่านมา โดยมีมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 30,601 ล้านบาท ในขณะที่ปริมาณการซื้อขายของตราสารอนุพันธ์ตั้งแต่ ม.ค–ก.ย. อยู่ที่ 7,727,239 สัญญา หรือเฉลี่ย 44,178 สัญญาต่อวัน
ดร.วิรไท สันติประภพ รองผู้จัดการ สายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยถึง ภาพรวมตลาดหลักทรัพย์ไทยในไตรมาส 3 ปี 2555 ว่า แม้ว่าตลาดทุนทั่วโลกจะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ แต่สภาพคล่องส่วนเกินในตลาดทุนโลกที่เพิ่มขึ้นจากการใช้นโยบายการเงินแบบขยายตัวของสหรัฐอเมริกาและยุโรป ประกอบกับบริษัทจดทะเบียนไทยส่วนใหญ่ที่ผลประกอบการยังอยู่ในเกณฑ์ดีได้สนับสนุนให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยปรับสูงขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าและจากสิ้นปี 2554 ซึ่งเป็นการปรับขึ้นสูงสุดในภูมิภาคเอเชีย
โดยสิ้นไตรมาส 3 ปี 2555 SET Index ปิดที่ 1,298.79 จุด เพิ่มขึ้น 26.67% จากสิ้นปี 2554 ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มขึ้นสูงสุดในภูมิภาค และปรับเพิ่มขึ้น 5.81% จากสิ้นเดือนก่อนหน้า นอกจากนี้ ดัชนีหลักทรัพย์ของกลุ่มอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ยังปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% จากสิ้นปี 2554 ขณะที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (market capitalization) ของทั้ง SET และ mai ปรับสูงขึ้นและทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ตลาดหลักทรัพย์เปิดทำการ โดยของ SET อยู่ที่ 10,775,321 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.16% จากสิ้นปี 2554 และของ mai อยู่ที่ 104,733 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.47% จากสิ้นปี 2554
ด้านอัตราส่วนระหว่างราคาหลักทรัพย์ต่อกำไรสุทธิคาดการณ์ต่อหุ้น (forward P/E ratio) ของไทยสูงขึ้นมากจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยของ SET อยู่ที่ระดับ 13.87 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 11.59 เท่า ณ ช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่ของ mai อยู่ที่ระดับ 13.26 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 10.09 เท่า ณ ช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่วนอัตราเงินปันผลตอบแทนของ SET อยู่ที่ 3.45% และ mai อยู่ที่ 2.02%
ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันรวมของ SET และ mai ในไตรมาส 3 ปี 2555 อยู่ที่ 31,202 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.66% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 5.11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ทั้งนี้ในไตรมาส 3 ปี 2555 ผู้ลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิรวม 1,679 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการซื้อสุทธิในเดือนกันยายน ส่งผลให้ในช่วง 9 เดือนแรกปี 2555 ผู้ลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิที่ 65,775 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนมูลค่าซื้อขายเพิ่มขึ้นเป็น 23.93% เมื่อเทียบกับปี 2554 ซึ่งอยู่ที่ 22.78%







