posttoday
น้ำเมาโล่งกฏหมายชัด เสียวป่วนมู้ดบอลโลก

น้ำเมาโล่งกฏหมายชัด เสียวป่วนมู้ดบอลโลก

24 มีนาคม 2553

หลังยืดเยื้อคลุมเครือมานานกว่า 2 ปี ว่าขอบเขตของผู้ประกอบการเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ จะสามารถดำเนินการทำตลาดโฆษณาผ่านสื่อได้มากน้อยเพียงใด และเป็นข้อถกเถียงระหว่างผู้ประกอบการเอกชนและหน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลกันมาหลายต่อหลายยก ล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบกฎกระทรวงว่าด้วยการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพิ่มเติมตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ไปเมื่อวันที่ 23 มี.ค. และมีผลทันทีหลังประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา

นพ.สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กล่าวว่า กฎกระทรวงที่ออกมาจะสร้างความชัดเจนขึ้นว่าผู้ประกอบการสามารถทำการโฆษณาได้มากน้อยเพียงใด และมีรูปแบบอย่างไร สิ่งที่เป็นข้อโต้แย้งจะหมดไป ซึ่งหลังจากนี้สำนักงานฯ จะกำหนดรูปแบบข้อความคำเตือนที่จะใช้ประกอบกับโลโก้สินค้าหรือบริษัทออกตามมา เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปใช้อย่างถูกต้อง

“จริงๆ เนื้อหาหลักของกฎหมายคือ การห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่กฎกระทรวงเป็นการพูดถึงรายละเอียดข้อยกเว้นที่สามารถทำได้ และใส่รายละเอียดลงไปให้ชัดเจน ปีที่แล้วเราไล่ดำเนินการกับค่ายสิงห์ ปีนี้จะไล่จับช้างบ้าง ซึ่งพบว่ามีหลายกรณีที่ไม่ดำเนินการตามกฎหมาย” นพ.สมาน กล่าว

ด้านนายฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์ ผู้อำนวยการฝายการตลาด บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ผู้ผลิตและทำตลาดผลิตภัณฑ์ตราสิงห์ กล่าวว่า หลังคณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบอนุมัติกฎกระทรวง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2552 โดยกำหนดความชัดเจนในการโฆษณาประชาสัพันธ์ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ผ่านสื่อต่างๆ อาทิ ดตราสัญลักษณ์สินค้า หรือ โลโก ในภาพยนตร์โฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์(ทีวีซี) ราว2วินาทีจากจำนวนเวลาทั้งหมด หรือในสื่อนิตยาสารไม่เกิน5% ของพื้นที่โฆษณา และไม่เกิน 3% ของพื้นที่โฆษณาสื่อกลางแจ้งขนาดใหญ่(บิลล์บอร์ด) เป็นต้น ซึ่งผู้บริหารระดับสูงของบริษัทรับทราบเรื่องดังกล่าว และยอมรับกฎกติกาดังกล่าวเป็นอย่างดี

ทั้งนี้บริษัทมองว่าเป็นเรื่องดี ที่นับจากนี้ไปผู้ประกอบการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในอุตสาหกรรมทุกรายได้รับทราบแนวทางที่ชัดเจนยิ่งขึ้นต่อการทำตลาดและโฆษณาผลิตภัณฑ์ จากเดิมที่เป็นเรื่องสีเทาไม่ชัดเจน และเป็นข้อถกเถียงระหว่างผู้ประกอบการธุรกิจและผู้ควบคุมกฎหมาย ซึ่งในส่วนของบริษัท สิงห์ฯ จะร่วมมือกับบริษัทตัวแทนโฆษณา เพื่อดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่า กฎกระทรวงดังกล่าวจะครอบคลุมไปยังช่องทางจำหน่ายต่างๆ อาทิ ศูนย์การค้าสมัยใหม่ ร้านอาหารต่างๆ หรือไม่ ด้วยเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและดำเนินการได้ไม่ง่ายนัก โดยเฉพาะการแสดงตราสัญลักษณ์ในสินค้าที่ระลึก หรือผลิตภัณฑ์บรรจุต่างๆ เช่น จาน ชาม หรือที่เขี่ยบุหรี่ เป็นต้น ซึ่งหากนับสินค้าจากเจ้าของสินค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกรายรวมกัน คาดว่ามีมากกว่าล้านๆ ชิ้น ด้วยผลิตสิ่งของเหล่านี้มานานร่วมสิบปี และมีก่อนที่กฎหมายจะประกาศใช้

“ในแง่ปฏิบัติแล้ว ยังมีรายละเอียดอีกมากที่จะดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งในความจริงแล้วบริษัทได้รับผลกระทบไม่มากนัก เพราะสามารถดำเนินการได้ทันที แต่อาจจะกระทบร้านอาหาร ภัตตาคาร หรือในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มากกว่าขณะที่ปีนี้บริษัทคาดตลาดรวมมีอัตราเติบโตคงที่มากกว่า โดยยังมีส่วนแบ่งตลาดอันดับ1ราว6567%” นายฉัตรชัย กล่าว

ส่วนกรณีที่บริษัทแสดงตราสัญลักษณ์สิงห์ บนอาคารสูงในกรุงเทพฯ นั้น ถือเป็นการแสดงตราสัญลักษณ์องค์กร บริษัทสิงห์ คอร์เปอเรชั่น ซึ่งเป็นผู้ผลิตและทำตลาดสินค้าหลากหลายรายการ ทั้งเครื่องดื่มเบียร์น้ำ โซดา ขนมขบเคี้ยว ฯลฯ ซึ่งเป็นโลโกที่อยู่คู่สังคมไทยในตลาดมานานถึง 77 ปี ซึ่งบริษัทไม่มีเจตนาเพื่อต้องการแสดงว่าให้เห็นว่าเป็นตราสัญลักษณ์เพื่อเชิญชวนให้ผู้บริโภคดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ แต่ย่างใด และเห็นว่าการประกาศใช้กฎกระทรวงภายใต้พรบ.ฉบับดังกล่าว ควรนำไปใช้บนมาตรฐานเดียวกันกับผู้ประกอบการเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ ทุกรายด้วย

แหล่งข่าว จากวงการเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ กล่าวว่าการประกาศใช้กฎกระทรวง ภายใต้พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ พ.ศ.2552 ซึ่งมีผลบังคับใช้ทันทีนั้น คาดไม่มีผลต่อภาพรวมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ ด้วยเป็นเรื่องดีที่ทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการได้เป็นไปตามกฎระเบียบมากขึ้น และลดข้อโตแย้งระหว่างเอกชนและหน่วยงานภาครัฐที่กำกับดูแล

ขณะที่ปีนี้แม้ว่าจะมีกิจกรรมใหญ่ การแข่งขันฟุตบอลโลก หรือ “ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2010” เกิดขึ้นในช่วงกลางเดือนมิ.ย.ก.ค.ปีนี้ ซึ่งเชื่อว่ามีส่วนช่วยกระตุ้นบรรยากาศให้ตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะกลุ่มเบียร์มีความคึกคักมากขึ้น แต่อาจไม่มีผลระยะยาวเชิงยอดขาย ด้วยภาพรวมตลาดเบียร์มูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาทในปีนี้คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเป็นบวกมากสุดราว 35% เท่านั้น ด้วยต้องคำนึงถึงภาพรวมเศรษฐกิจในปีนี้ที่ยังมีปัจจัยลบนอกเหนือการควบคุม จากปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้นและยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะสิ้นสุดอย่างไรด้วย ซึ่งเป็นสิ่งฉุดบรรยากาศการจับจ่ายและความบันเทิงผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งกฎกระทรวงดังกล่าวเชื่อว่าไม่มีผลต่อการลดจำนวนของนักดื่มหน้าใหม่แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับดังกล่าวอาจเปิดทางให้กับผู้ประกอบการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบรนด์ที่มีเจ้าของบริษัทอยู่ในต่างประเทศ ทำตลาดผ่านสื่อเกือบทุกรูปแบบได้มากกว่าเจ้าของสินค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศ อาทิ ข้อยกเว้นการถ่ายทอดกิจกรรมจากต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกจากประเทศอังกฤษมี คาร์ลสเบิร์ก เป็นสนับสนุนอกเสื้อสโมสรทีมฟุตบอลลิเวอร์พูล หรือเบียร์ช้างสนับสนุนสโมสรทีมฟุตบอลเอฟเวอร์ตัน เป็นต้น รวมถึงการปเดโอกาสให้เจ้าของสินค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ ทั้งกลุ่มเบียร์ หรือ วิสกี อาจใช้กลยุทธ์นำเข้าสินค้าที่ระลึกมาจากต่างประเทศเพื่อทำตลาดได้เช่นกัน

นายชัยประนิน วิสุทธิผล นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลักเกณฑ์ที่ออกมาจะทำให้การทำโฆษณาสินค้าประเภทนี้มีความชัดเจนขึ้น หลังจากที่คลุมเครือมานาน ในส่วนของการวางแผนการตลาดโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ผู้ประกอบการได้ปรับแผนมาแล้วในช่วง 34 ปีหลัง โดยเฉพาะการลดงบโฆษณาผ่านสื่อจากที่กลุ่มนี้เคยใช้ถึง 2,000 ล้านบาท แต่ปัจจุบันงบส่วนใหญ่ไปลงกับกิจกรรมเกือบทั้งหมด

ขณะที่นายเขมทัตต์ พลเดช ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท กล่าวว่า สำหรับสื่อซึ่งเป็นปลายทาง ในแง่ปฏิบัติต้องใช้ชัดเจน ซึ่งทางสาธารณสุขน่าจะเรียกทุกฝ่ายเข้าไปชี้แจง เพราะปีนี้จะเป็นปีที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลก ซึ่งกลุ่มสินค้าแอลกอฮอล์เป็นผู้สนับสนุนหลักอาจจะมีความปั่นป่วนเกิดขึ้นในช่วงนั้นได้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นอาจส่งผลในระยะสั้น แต่ระยะยาวคงไม่มีผล เพราะตลาดเบียร์มูลค่าแสนล้านบาท คาดว่าจะขยายตัว 35% เท่านั้น โดยมีปัจจัยลบเรื่องการเมืองมาคอยฉุดบรรยากาศ ทำให้กิจกรรมสังสรรค์ บันเทิง ลดน้อยลง

ดังนั้น เมื่อความชัดเจนมากขึ้น ต้องจับตาในแง่ของการปฏิบัติกลับมาของผู้ประกอบการ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ เมื่อมีกฎออกมาแล้ว ต้องได้รับการยอมรับและปฏิบัติตามจากประกอบการ และการเอาจริงเอาจังในการบังคับใช้จากผู้ออกกฎด้วย กฎเกณฑ์ที่ออกมาจึงจะสัมฤทธิผล

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน