
ญี่ปุ่นขอลดภาษี นำเข้ารถ3.0ลิตร
ญี่ปุ่นบี้ไทยเปิดตลาดยานยนต์เพิ่มเติมในกรอบเจเทปา ลดภาษีรถต่ำกว่า 3,000 ซีซี ส่วนไทยขอญี่ปุ่นเปิดตลาดข้าว
ญี่ปุ่นบี้ไทยเปิดตลาดยานยนต์เพิ่มเติมในกรอบเจเทปา ลดภาษีรถต่ำกว่า 3,000 ซีซี ส่วนไทยขอญี่ปุ่นเปิดตลาดข้าว
นายวีระชัย นพสุวรรณวงศ์ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมอยู่ระหว่างการเตรียมการเจรจาทบทวนความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจ ไทยญี่ปุ่น (เจเทปา) ซึ่งระดับเจ้าหน้าที่ได้หารือเพื่อเตรียมการเจรจากันแล้ว โดยญี่ปุ่นเสนอให้ไทยเปิดเสรีเพิ่มเติมในส่วนของสินค้ายานยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์ต่ำกว่า 3,000 ซีซี และขอให้ไทยลดภาษีเพิ่มเติมในส่วนของยานยนต์ที่สูงกว่า 3,000 ซีซี หลังจากที่ไทยได้เคยลดภาษีไปแล้ว
ปัจจุบันสินค้ากลุ่มยานยนต์ญี่ปุ่นที่มีเครื่องยนต์ต่ำกว่า 3,000 ซีซี เสียภาษีนำเข้าที่ 80% ส่วนเครื่องยนต์ขนาดสูงกว่า 3,000 ซีซี ญี่ปุ่นต้องการให้ไทยเก็บภาษีให้ลดลงจากที่เก็บอยู่ 60% ขณะที่สินค้ายานยนต์ที่มีเครื่องยนต์เกิน 3,000 ซีซี จากประเทศอื่นเสียภาษี 80%
นายวีระชัย กล่าวว่า ประเด็นการเปิดเสรียานยนต์เพิ่มเติมนั้น กรมในฐานะที่รับผิดชอบการเจรจาเจเทปา ทางกรมจะนำเรื่องนี้ไปหารือกับกระทรวงอุตสาหกรรมและภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อสำรวจท่าทีว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ ก่อนจะเริ่มเจรจาอย่างจริงจังตั้งแต่ต้นปี 2556
ขณะที่ข้อเสนอของไทยนั้นจะผลักดันให้ญี่ปุ่นเปิดตลาดสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปที่ยังค้างมาจากการเจรจาเจเทปา โดยสินค้ากลุ่มที่ญี่ปุ่นผูกพันว่าจะลดภาษี หากยังมีภาษีเหลืออยู่ก็จะเร่งให้มีการลดภาษีให้เหลือ 0% ทั้งหมด ทั้งในกลุ่มสินค้าประมง ผักและผลไม้ ส่วนสินค้าที่ยังมีภาษีและมีโควตาก็จะขอให้ญี่ปุ่นยกเลิกภาษีและโควตา เช่น กล้วย เนื้อหมู กากน้ำตาล สับปะรด และกลุ่มที่จะต้องหาข้อยุติในการเจรจาเปิดเสรีให้ได้ เช่น น้ำตาลทรายดิบ สับปะรดกระป๋อง และแป้งมันสำปะหลังดิบ
นอกจากนี้ ไทยอาจจะขอให้ญี่ปุ่นพิจารณานำสินค้าที่ญี่ปุ่นได้ยกออกจากการเจรจา แต่มีข้อตกลงว่าหากเห็นพ้องกันก็สามารถนำมาเจรจากันได้ในเวลา 10 ปี หรือเร็วกว่านั้น หลังจากที่ข้อตกลงเจเทปามีผลบังคับใช้ ซึ่งไทยเห็นควรให้หยิบยกสินค้าข้าวและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากข้าว นม และผลิตภัณฑ์สินค้าที่มีส่วนผสมของแป้งและน้ำตาลในอัตราส่วนที่สูง สินค้าที่จำหน่ายโดยรัฐบาล เช่น ข้าว ข้าวสาลี และข้าวบาร์เลย์ มาพิจารณาเป็นต้น
สำหรับข้อตกลงเจเทปามีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2550 และภายใต้ข้อตกลงกำหนดไว้ว่าหลังข้อตกลงมีผลบังคับใช้มาแล้ว 3 ปี ให้มีการเจรจาทบทวนความตกลงใหม่ ซึ่งให้เริ่มเจรจาตั้งแต่ปี 2552-2556 แต่ที่ผ่านมายังไม่มีการเจรจา







