posttoday
ยืดโครงการโอท็อปพลัส ร่างแผนต่อยอดทำตลาด

ยืดโครงการโอท็อปพลัส ร่างแผนต่อยอดทำตลาด

23 ตุลาคม 2555

สสว.ต่ออายุโครงการโอท็อป พลัส ถึง มี.ค. 2556 คาดเลือกผลิตภัณฑ์จากทุกจังหวัดเสร็จ ต.ค.นี้ วาดแผนจัดกิจกรรมหนุน

สสว.ต่ออายุโครงการโอท็อป พลัส ถึง มี.ค. 2556 คาดเลือกผลิตภัณฑ์จากทุกจังหวัดเสร็จ ต.ค.นี้ วาดแผนจัดกิจกรรมหนุน

นายชาวันย์ สวัสดิ์ชูโต รองผู้อำนวยการ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหาร สสว. ที่มีนายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้อนุมัติต่ออายุโครงการยกระดับผู้ประกอบการ 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ แบบบูรณาการ (โอท็อป พลัส) ออกไปจนถึงเดือน มี.ค. 2556 จากเดิมที่จะหมดอายุในเดือน ธ.ค. 2555

การต่ออายุโครงการดังกล่าว เนื่องจากเป็นงานที่ต้องมีการบูรณาการหลายกระทรวง และอยู่ในขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง จึงอาจทำให้มีความล่าช้าเกิดขึ้น โดยโครงการดังกล่าวมีงบประมาณทั้งสิ้น 116 ล้านบาท จัดทำขึ้นเพื่อยกระดับและพัฒนามาตรฐานสินค้าโอท็อป 220 สินค้า โดยจะคัดเลือกสินค้าจังหวัดละ 2 ผลิตภัณฑ์จากทุกจังหวัด คาดว่าจะคัดเลือกแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ต.ค. 2555

จากนั้นจะนำสินค้าที่คัดเลือกได้มายกระดับมาตรฐานสินค้า และเข้าสู่ขั้นตอนการทำตลาด ซึ่ง สสว.จะพาไปออกงานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ มีการจัดงานจับคู่ธุรกิจ รวมถึงออกงานเอสเอ็มอี เอ็กซ์โปร์ ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-11 ธ.ค. 2555 และจะเชิญห้างสรรพสินค้าชื่อดังทั้งจากในประเทศ และต่างประเทศมาเข้าร่วมงาน เช่น เซ็นทรัล ร้าน 100 เยน จากประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำไปจำหน่ายในต่างประเทศ

“โครงการโอท็อป พลัส จะคัดเลือกสินค้าที่มีศักยภาพจากทุกจังหวัดมาพัฒนา โดย สสว. จะร่วมมือกับ องค์การตลาด บริษัทไปรษณีย์ หอการค้าไทย ในการทำตลาดทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งมั่นใจว่าหากเชิญผู้บริหารห้างสรรพสินค้าดังๆ มาพิจารณาสินค้ารับรองว่าสินค้าโอทอปไทยจะเป็นถูกใจแน่นอน และในช่วงที่ผ่านมาก็มีห้างในญี่ปุ่นก็เคยสั่งซื้อโอทอปไทยครั้งละ 2 3 หมื่นชิ้นต่อครั้งมาแล้ว เพราะว่าได้รับความสนใจจากผู้บริโภคอย่างมาก” นายชาวันย์ กล่าว

ขณะเดียวกันได้หารือถึงแนวทางการใช้เงินในกองทุนตั้งตัวได้ ที่จะให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้นำไปใช้จัดทำโครงการ 1,300 ล้านบาท ซึ่งยังติดปัญหาด้านกฎหมาย จึงต้องให้กระทรวงศึกษาฯ เขียนโครงการเข้ามาของบประมาณเพื่อเบิกจ่ายต่อไป รวมทั้งโดยโครงการจำเป็นต้องตรงกับโครงการที่สสว.เขียนไปของบประมาณจากสำนักงบประมาณ ไม่อย่างนั้นสำนักงบประมาณจะไม่อนุญาตให้เบิกจ่ายได้ ซึ่งโครงการดังกล่าวจะต้องมีการฝึกอบรมบัณฑิตจบใหม่จำนวน 2 หมื่นราย และคัดเลือกเข้ามาพัฒนาเป็นผู้ประกอบการ และทั้งโครงการต้องสามารถสร้างรายได้ประมาณ 3,000 ล้านบาทหารือถึงการสรรหาผู้อำนวยการ สสว.คนใหม่ ซึ่งจะเปิดรับสมัครวันที่ 25 ต.ค.-9 พ.ย.นี้

 

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ