
รูปแบบการจัดการธุรกิจครอบครัวสเปนตอนที่ 4
ในบทความตอนที่แล้ว ผมได้พูดถึงการแบ่งโครงสร้างธุรกิจครอบครัวออกเป็น 5 ประเภท คือ
โดย...ศ.พิเศษ กิติพงษ์ อุรพีพัฒนพงศ์
ในบทความตอนที่แล้ว ผมได้พูดถึงการแบ่งโครงสร้างธุรกิจครอบครัวออกเป็น 5 ประเภท คือ
1.แบบสถาบัน (Institutionalization)
2.ความแตกต่างของครอบครัวกับธุรกิจครอบครัว (Business and Family Differentiation)
3.วิธีปฏิบัติในการจัดการ (Management Practices)
4.การสื่อสาร (Communication)
5.การสืบทอดธุรกิจ (Succession)
โดยในแต่ละรูปแบบนั้น มีการบริหารจัดการต่างกันออกไป ในหนังสือได้บอกว่า
1.โครงสร้างสถาบันการบริหารจัดการที่จะตัดสินใจในการบริหาร สิ่งที่ควรจะมีก็คือ
1) ความมีอยู่แบบสถาบัน (Existence of institutions) ที่ต้องมีกฎเกณฑ์ท่ากำหนดความสัมพันธ์ของสภาครอบครัว คณะกรรมการบริษัท คณะจัดการและธรรมนูญครอบครัว
2) การมีสภาครอบครัวอย่างมีประสิทธิภาพ (Family Council Effectiveness) โดยที่สภาครอบครัวนั้น มีหน้าที่หลัก รูปแบบก็คือ
2.1 การใช้อำนาจ
2.2 การเข้าไปสังคม
2.3 การที่จะแสดงถึงตำแหน่งของครอบครัว
2.4 การสร้างความสมัครสมานสามัคคีในครอบครัว
2.5 การกำหนดกฎเกณฑ์
3) สำหรับคณะกรรมการบริษัทที่มีประสิทธิภาพ (Board of Directors’ Effectiveness) หน้าที่ที่จะให้ความช่วยเหลือแก่ฝ่ายจัดการ การกำกับดูแลฝ่ายจัดการ การพัฒนาความสามารถต่างๆ และการรับประกันการสืบทอดธุรกิจ รวมทั้งการกำหนดข้อจำกัดเกี่ยวกับครอบครัว
4) คณะกรรมการบริหารที่มีประสิทธิภาพ (Executives’ Effectiveness) ก็จะต้องมีอำนาจในการกำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ นี่คือโครงสร้างทั่วไป
2.ความแตกต่างในเรื่องของครอบครัวกับธุรกิจนั้น แบ่งเป็น
2.1 การกำหนดเรื่องของความแตกต่างที่สมาชิกแต่ละครอบครัวจะเกี่ยวกับการบริหารจัดการหรือตามแต่ละวิชาชีพที่ตนมี
2.2 การกำหนดเรื่องของความเป็นเจ้าของ ซึ่งความเป็นเจ้าของนั้น คนเป็นเจ้าของก็จะมีสิทธิได้รับข้อมูลต่างๆ มีสิทธิที่จะได้ตัดสินใจในเรื่องสำคัญ และมีสิทธิที่จะได้รับผลตอบแทน
2.3 ความรับผิดชอบต่อครอบครัว ในการที่จะต้องรับผิดชอบนั้น ผู้ก่อตั้งก็จะต้องรับผิดชอบและกรณีที่มีความจำเป็นหรือฉุกเฉินที่จะต้องดูว่าธุรกิจเป็นอย่างไรนั้น ก็จะต้องดูว่าธุรกิจนั้นก็จะต้องรับผิดชอบตามลำดับขั้นของสถาบันธุรกิจครอบครัว
3.แนวทางการจัดการของธุรกิจครอบครัว (Management Practices) ซึ่งแนวทางการจัดการของธุรกิจครอบครัวก็คือ การที่ให้มีมืออาชีพในการจัดการแล้ว ก็คือจำนวนข้อมูลที่จะต้องให้กับสมาชิกในครอบครัว
4.เรื่องของการสื่อสาร (Communication) ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่จะต้องให้ทุกคนคุยระหว่างกัน การสื่อสารนั้นจะต้องกำหนดในเรื่องของความแตกต่างของการบริหารจัดการและกฎที่ชัดเจน
5.เรื่องของการสืบทอด (Succession) ที่จะต้องกำหนดเรื่องของความสามารถในการเป็นผู้ประกอบการ การเป็นผู้ประกอบการของสมาชิกในครอบครัวที่จะเข้ามารับตำแหน่งและผู้บริหารและรวมถึงการวางแผนในการสืบทอดธุรกิจครอบครัว
สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้แตกต่างกับการศึกษาของประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ที่สำคัญคือในหนังสือได้กล่าวถึงเรื่องรูปแบบของการบริหารจัดการธุรกิจครอบครัว ซึ่งน่าสนใจมากว่ารูปแบบของธุรกิจครอบครัวนั้น แบ่งออกเป็นทั้งหมด 6 รูปแบบด้วยกัน ซึ่งเป็นที่น่าสนใจว่าธุรกิจครอบครัวของแต่ละคนก็มีความแตกต่างกัน โดยแบ่งดังนี้ คือ
1.รูปแบบการทำธุรกิจครอบครัวแบบผู้นำ หรือกัปตัน (Captain Model) ที่มักจะเห็นในธุรกิจ SME ซึ่งจัดตั้งโดยผู้ก่อตั้ง
2.รูปแบบธุรกิจที่มีลักษณะของความเป็นจักรพรรดิ หรือ Emperor Model ซึ่งเป็นธุรกิจที่ธุรกิจครอบครัวก็ต้องฟังผู้บริหารระดับสูง หรือผู้นำซึ่งมักจะมีคนเดียวและมีอำนาจเด็ดขาด
3.รูปแบบของความเป็นคณะทำงานของครอบครัว หรือ Family Team Model ซึ่งก็มักจะอยู่ในธุรกิจครอบครัวขนาดเล็กและเริ่มต้น
4.รูปแบบธุรกิจครอบครัวมืออาชีพ หรือ Professional Family Model ก็คือธุรกิจครอบครัวที่อยู่ในตำแหน่งมืออาชีพในตำแหน่งสำคัญในการแก้ปัญหาความยุ่งยาก
5.รูปแบบบริษัท หรือ Corporation Model ซึ่งก็มักจะเป็นธุรกิจที่ยุ่งยากมากกว่าธุรกิจทั่วไป
6.รูปแบบการลงทุนแบบกลุ่มลงทุน (Family Investment Group) เมื่อธุรกิจมีเงินหรือทรัพย์สินมากขึ้น เพื่อลงทุนขยายความมั่งคั่งของครอบครัว โดยไม่ไปบริหารจัดการธุรกิจใหญ่
ในคราวหน้าจะได้พูดในรายละเอียดต่อไปครับ







