
กมธ.วุฒิฯจี้รัฐเลิกจำนำข้าว-เสี่ยงล้มละลาย
กมธ.วุฒิสภา จี้ รัฐบาลเลิกจำนำข้าว ชี้ เสี่ยงประเทศล้มละลายซ้ำรอยกรีซ ระบุ เงินจำนำถึงมือขาวนาไม่ถึง 1.5 หมื่นบาท
กมธ.วุฒิสภา จี้ รัฐบาลเลิกจำนำข้าว ชี้ เสี่ยงประเทศล้มละลายซ้ำรอยกรีซ ระบุ เงินจำนำถึงมือขาวนาไม่ถึง 1.5 หมื่นบาท
นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ สว.สรรหา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)เศรษฐกิจ การพาณิชย์ และอุตสาหกรรม วุฒิสภา แถลงผลการศึกษาเรื่องนโยบายจำนำข้าวว่า มีความห่วงใยในนโยบายดังกล่าวว่าจะกระทบกับเศรษฐกิจมหภาค และหนี้สาธารณะของประเทศที่อาจมีสภาพเช่นเดียวกับประเทศกรีซที่ใช้โครงการประชานิยมเกินตัว ทำให้เกิดหนี้สาธารณะเกิน 120 % และขาดดุลการคลัง 12.7%จนประสบปัญหาเศรษฐกิจล้มละลายได้ โดยภายหลังจากกมธ.ได้ทำการศึกษาเสร็จแล้วจะส่งให้ที่ประชุมวุฒิสภาพิจารณาพร้อมกับหน่วยงานตรวจสอบทั้งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ดำเนินการต่อไป
นายมหรรณพ กล่าวอีกว่า จากการศึกษาพบว่าได้ทำลายกลไกตลาด ระบบเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมข้าว และทำลายความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในตลาดโลก เพราะราคาสูงกว่าคู่แข่งขัน เช่น อินเดียและเวียดนามทำให้ขาดรายได้จากการส่งออกลดลงประมาณ 35% หรือเดือนละ 6,000ล้านบาท คิดเป็นปีละ 7.2หมื่นล้านบาท และไม่ได้ช่วยชาวนาที่ยากจนประมาณ 3 ล้านราย โดยชาวนาถูกเอาเปรียบจากโรงสีโกงตาชั่ง ความชื้นและสิ่งปลอมปน เฉลี่ยแล้วชาวนาได้รับเงินจากการจำนำประมาณ 9,500 -11,000 ล้านบาทต่อตันเท่านั้น ที่สำคัญยังทำลายคุณภาพข้าวไทยในระยะยาว เพราะชาวนาจะเพิ่มปริมาณการปลูกข้าวอายุสั้นมาจำนำ โดยไม่คำนึงถึงคุณภาพส่งผลกระทบไปสู่คุณภาพของอุตสาหกรรมข้าวไทยทั้งระบบ
ประธานกมธ.กล่าวถึงข้อเสนอแนะว่า รัฐบาลควรทบทวนโยบายการรับจำนำข้าวทั้งระบบ เช่น กำหนดปริมาณการรับจำนำไม่ทุกเมล็ด กำหนดปริมาณพื้นที่นา กำหนดราคาและวงเงินรับจำนำ โดยเน้นชาวนารายเล็กรายได้ต่ำให้มีโอกาสเข้าถึงโครงการให้เป็นส่วนใหญ่ได้อย่างทั่วถึงแทนชาวนาและนายทุนที่ร่ำรวยและให้มีโอกาสไถ่ถอน เพื่อขายในราคาตลาดได้ ดำเนินการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างจริงจังและปรับแก้กระบวนการรับจำนำข้าวให้รัดกุม
"คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การพาณิชย์และอุตสาหกรรม วุฒิสภา มั่นใจว่านโยบายและมาตรการรับจำนำสินค้าเกษตร เป็นนโยบายที่ล้มเหลวที่สุดตั้งแต่ปีพ.ศ.2529 สูญเสียเงินละลายน้ำไปมากมาย โดยผลประโยชน์ไม่ได้ตกถึงมือเกษตรกรอย่างที่คิด ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ตกอยู่กับโรงสี ผู้ส่งออก ลานตากมัน รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องพรรคพวกของนักการเมือง จึงไม่มีใครยอมเลิกโครงการนี้ และยังมีการฉ้อราษฎร์บังหลวงหรือคอร์รัปชั่นจากโครงการจำนำสินค้าเกษตรรัฐบาลเสียเงินขาดทุนมากมาย"นายมหรรณพ กล่าว
นายวันชัย สอนศิริ สว.สรรหา โฆษกกมธ. กล่าวว่า การทุจริตที่ศึกษาพบ คือ มีตั้งแต่เกษตรกรแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ เช่น พื้นที่และผลผลลิตเกินจริง ขายสิทธิการเข้าร่วมโครงการให้กับผู้อื่น เป็นต้น ไปจนถึงขั้นตอนของโรงสีที่มีการสวมสิทธิเกษตรกรโดยนำข้าวเปลือกโรงสีที่ได้จากการค้าปกติเข้าร่วมโครงการในนามของเกษตรกร และในขั้นตอนนี้ยังเป็นขั้นตอนที่ทำให้ชาวนาเสียเปรียบไม่มีโอกาสได้ตรวจสอบว่าการวัดความชื้นเป็นไปอย่างถูกต้องหรือไม่
"ขั้นตอนต่างที่มีข้อบกพร่องและเปิดช่องให้เกิดการทุจริตนั้นถ้าไม่มีผู้อำนาจหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเปิดช่องจะไม่มีทางทำการทุจริตได้ ปล่อยปะ ละเลย มีส่วนรู้เห็นเป็นใจ" นายวันชัย กล่าว







