
กระทุ้งรัฐถกเอฟทีเอกรอบอาเซียนบวก6
ชง ผู้นำไฟเขียวทำเอฟทีเออาเซียนบวก 6 ปลายเดือน พ.ย.นี้ ตั้งเป้าเจรจาต้นปีหน้า หวังให้แล้วเสร็จทันปี 2558
ชง ผู้นำไฟเขียวทำเอฟทีเออาเซียนบวก 6 ปลายเดือน พ.ย.นี้ ตั้งเป้าเจรจาต้นปีหน้า หวังให้แล้วเสร็จทันปี 2558
นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า สมาชิกอาเซียนได้เตรียมที่จะเสนอให้ผู้นำอาเซียนพิจารณาประกาศการเจรจาความตกลงภูมิภาคหุ้นส่วนเศรษฐกิจ (RCEP) ประกอบด้วยอาเซียน 10 ประเทศ และคู่เจรจากับอาเซียนอีก 6 ประเทศ ได้แก่ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ หรือเอฟทีเออาเซียนบวก 6 ในระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนวันที่ 15-20 พ.ย.นี้ ที่กัมพูชา
ข้อตกลงดังกล่าว ถือว่าเป็นข้อตกลงการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดของโลก มีสมาชิกรวม 16 ประเทศ มีประชากรซึ่งเป็นตลาดรองรับมากที่สุดในโลก และมีสัดส่วนการค้าที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึง 17.1 ล้านเหรียญสหรัฐ
การเจรจาเอฟทีเออาเซียนบวก 6 คาดว่าจะเริ่มได้ในต้นปีหน้า และตามแผนมีกำหนดเจรจาให้แล้วเสร็จในปี 2558 ซึ่งเป็นปีเดียวกันกับที่อาเซียนได้เป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) กรอบการเจรจาจะครอบคลุมการเปิดเสรีในทุกมิติการค้า บริการ ลงทุน
สำหรับผลการหารือในการเปิดเสรีเบื้องต้น การเปิดเสรีด้านการค้าน่าจะทำได้เร็วสุด ที่น่าเป็นห่วงก็คือการเปิดเสรีด้านการค้าบริการและการลงทุน ซึ่งขณะนี้การเจรจาในกรอบอาเซียนกับคู่เจรจาบางประเทศ ก็ยังไม่ค่อยจะมีความคืบหน้า แต่เชื่อว่าเมื่อผู้นำมีนโยบายออกมาแล้ว ทุกอย่างก็น่าจะรวดเร็วขึ้น
นายสมเกียรติ กล่าวว่า ส่วนการค้าขายของไทยกับกลุ่มอาเซียนบวกปัจจุบันมีประมาณ 2.55 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วน 56% ของยอดรวมการค้าไทย ซึ่งหากมีการเปิดเสรี จะยิ่งทำให้ไทยมีโอกาสขยายการค้าไปยังประเทศในกลุ่มได้เพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน ผลการศึกษาที่จัดทำโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ร่วมกับกรม พบว่า การจัดทำข้อตกลงเอฟทีเออาเซียนบวกหก จะทำให้จีดีพีไทยเพิ่มขึ้น 4.03% โดยสินค้าที่จะได้ประโยชน์ส่งออกเพิ่มขึ้น เช่น ผัก ผลไม้แปรรูป อาหารแปรรูป เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ส่วนประกอบยานพาหนะ ยางพารา และพลาสติก เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม การเจรจาเอฟทีเออาเซียนบวกหก กระทรวงพาณิชย์ไม่ต้องเสนอกรอบให้รัฐสภาเห็นชอบอีก เนื่องจากได้เสนอและได้รับความเห็นชอบกรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีของไทยภายใต้การเจรจาอาเซียนกับประเทศนอกกลุ่มไว้แล้วเมื่อวันที่ 9 พ.ย.2552 ตามมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ







