
อาเซียนลิงก์แห่ซื้อปตท.
พลังงานเนื้อหอมไทยสนไทยเบฟฯราคาถูกปันผลสูง
พลังงานเนื้อหอมไทยสนไทยเบฟฯราคาถูกปันผลสูง
หุ้น ปตท.เป็นดาวเด่นต่างชาติชอบมากสุด ส่วนนักลงทุนไทยแห่ซื้อ “ไทยเบฟฯ” ตามด้วยแอร์เอเชียและสิงเทล
นางพรพริ้ง สุขสันติสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส เปิดเผยถึงการเชื่อมระบบซื้อขายตลาดหุ้นสิงคโปร์และมาเลเซียตามโครงการอาเซียนลิงก์เกจว่า หุ้นไทยที่นักลงทุนต่างชาติสนใจสั่งซื้อผ่านระบบอาเซียนลิงก์เกจ ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มพลังงาน เช่น บริษัท ปตท. (PTT) เนื่องจากธุรกิจพลังงานของไทยค่อนข้างโดดเด่น และมีทางเลือกให้ลงทุนมากกว่า ต่างจากตลาดหุ้นมาเลเซียและสิงคโปร์ที่มีหุ้นพลังงานให้เลือกลงทุนน้อย
สำหรับในส่วนบริษัทมีลูกค้าสามารถซื้อขายผ่านระบบอาเซียนลิงก์เกจได้แล้วประมาณ 100 ราย ส่วนใหญ่เปิดบัญชีซื้อขายหุ้นต่างประเทศผ่านระบบออฟชอว์เทรดดิงอยู่แล้ว ลูกค้าที่เปิดบัญชีใหม่มีวงเงินในการซื้อขายมูลค่าต่ำสุดที่ 2 แสนบาทต่อบัญชี และสูงสุด 100 ล้านบาท
น.ส.ศิริพร ผลโพธิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายการลงทุนหลักทรัพย์ต่างประเทศและตราสารหนี้ บล. ธนชาต กล่าวว่า นักลงทุนรายบุคคลของไทยให้ความสนใจซื้อหุ้นบริษัท ไทยเบฟเวอร์เรจ ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหุ้นสิงคโปร์ คิดเป็นมูลค่าหลายล้านบาท เป็นหุ้นที่ได้รับความสนใจมากที่สุด รองลงมาคือบริษัท แอร์เอเชีย ของมาเลเซีย และบริษัท สิงเทล ของสิงคโปร์
สาเหตุที่นักลงทุนสั่งซื้อหุ้นไทยเบฟฯ จำนวนมาก น่าจะเป็นเพราะรู้จักและคุ้นเคยกับบริษัทเป็นอย่างดี ขณะที่ราคาหุ้นยังปรับตัวเพิ่มขึ้นไม่มากเมื่อเทียบกับหุ้นตัวอื่นๆ ในตลาดหุ้นสิงคโปร์ และยังสามารถจ่ายเงินปันผลในอัตรา 45% ต่อปี นอกจากนี้ที่ผ่านมา ยังมีข่าวการเข้าซื้อกิจการบริษัท เฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ (เอฟแอนด์เอ็น) อีกด้วย
น.ส.ศิริพร กล่าวว่า อุปสรรคสำคัญของการลงทุนผ่านอาเซียนลิงก์ คือ นักลงทุนยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบและข้อมูลที่จำเป็นต่อการลงทุนในอาเซียน เพราะเป็นเรื่องใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น ซึ่งทุกฝ่ายกำลังพยายามให้ข้อมูลและความรู้อย่างเต็มที่ แต่สิ่งที่น่าดีใจคือ มีการสอบถามเกี่ยวกับอาเซียนลิงก์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่านักลงทุนให้ความสนใจการลงทุนผ่านช่องทางดังกล่าว
นายวิรไท สันติประภพ รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในช่วงแรกของอาเซียนลิงก์เกจ พบว่ามีการส่งคำสั่งซื้อขายผ่านทั้ง 3 ตลาดแล้ว และนักลงทุนไทยซื้อไทยเบฟฯ มากที่สุด
ทั้งนี้ นักลงทุนที่สนใจลงทุนผ่านอาเซียนลิงก์เกจต้องเปิดบัญชีเงินสด (แคชบาลานซ์) เท่านั้น โดยผู้ลงทุนรายบุคคลและนิติบุคคลที่มีทรัพย์สินไม่เกิน 1,000 ล้านบาท สามารถลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศสูงสุดไม่เกิน 20 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนนิติบุคคลที่มีทรัพย์สิน เกิน 1,000 ล้านบาท ลงทุนได้ไม่เกิน 50 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่จะต้องได้รับอนุญาตจากทางก่อน และจะต้องนำเงินไปฝากไว้ที่โบรกเกอร์เป็นเวลา 1 วัน เพื่อแลกเปลี่ยนสกุลเงินที่เข้าไปลงทุน







