posttoday
ไอทีโลจิสติกส์ สร้างฐานอุตฯ สู้ศึกอาเซียน

ไอทีโลจิสติกส์ สร้างฐานอุตฯ สู้ศึกอาเซียน

18 ตุลาคม 2555

การเปิดเสรีการค้าอาเซียนทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้มอบนโยบายให้สำนักโลจิสติกส์ ในสังกัด กพร. ตั้งเป้าหมายให้ภายในปี 2556

โดย...ศิรินนท์

การเปิดเสรีการค้าอาเซียนทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้มอบนโยบายให้สำนักโลจิสติกส์ ในสังกัด กพร. ตั้งเป้าหมายให้ภายในปี 2556 จะต้องมีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการต่างๆ เพื่อพัฒนาระบบโลจิสติกส์รวมไม่ต่ำกว่า 400 ราย เพื่อให้เกิดการลดต้นทุนบริหารจัดการในภาพรวมไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งโครงการต่างๆ จะเน้นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เสริมความแข็งแกร่งของผู้ประกอบการ นี่คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า ความสำคัญของงานด้านโลจิสติกส์ไม่ใช่เพียงแค่การขนส่งสินค้าเท่านั้น แต่เป็นงานด้านการวางแผนและบริหารจัดการทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำตลอดซัพพลายเชน ตั้งแต่เรื่องของข้อมูล สินค้า และบุคลากร เพื่อให้อุตสาหกรรมมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้

ไอทีโลจิสติกส์ สร้างฐานอุตฯ สู้ศึกอาเซียน

 

ดังนั้น ทางสำนักโลจิสติกส์ จึงได้เร่งเดินหน้าโครงการมากกว่า 30 โครงการในปี 2556 โดยใช้งบประมาณ 135 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสนับสนุนผู้ประกอบการให้มีการวางแผนจัดการโลจิสติกส์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นใน 3 กลยุทธ์หลัก คือ 1.การสร้างความเป็นมืออาชีพด้านการจัดการโลจิสติกส์ในสถานประกอบการของภาคอุตสาหกรรม โดยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ทั้งด้านเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากรและเครื่องมือต่างๆ 2.การส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือและการเชื่อมโยงระหว่างหน่วยธุรกิจในซัพพลายเชนของภาคอุตสาหกรรม โดยการนำระบบไอทีเข้าไปใช้งานและส่งเสริมระบบมาตรฐานธุรกิจระดับซัพพลายเชน และ 3.การสนับสนุนให้เกิดปัจจัยเอื้อต่อการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของซัพพลายเชนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ด้วยการสนับสนุนช่วยเหลือผู้ประกอบการต้นน้ำ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี รวมถึงผู้ให้บริการโลจิสติกส์ให้มีมาตรฐานและเข้มแข็ง เพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบซัพพลายเชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักโลจิสติกส์ กล่าวว่า โครงการปี 2555 ที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 355 ราย สามารถลดต้นทุนบริหารจัดการได้กว่า 1,600 ล้านบาท โดยใช้งบประมาณ 85 ล้านบาท มีโครงการเด่นๆ เช่น โครงการให้คำปรึกษาเชิงลึก (Logistics Clinic) ที่ดำเนินการต่อเนื่องมาแล้ว 5 ปี โครงการ Backhaul บริหารจัดการขนส่งรถเที่ยวเปล่า โครงการ Green Supply Chain อุตสาหกรรมยางพารา เป็นต้น ทั้งหมดจำเป็นต้องใช้ระบบไอทีมาช่วยในการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ และหากมีความร่วมมือกันระหว่างอุตสาหกรรมต้นน้ำถึงปลายน้ำ จะทำให้การวางแผนการดำเนินงานทั้งระบบง่ายขึ้น เช่น หากทราบว่าอุตสาหกรรมปลายน้ำจะผลิตสินค้าจำนวนเท่าใด ธุรกิจต้นน้ำก็สามารถจัดเตรียมวัตถุดิบได้อย่างเพียงพอกับความต้องการ ส่งผลให้การบริหารสินค้าคงคลังและการจัดส่งวัตถุดิบก็ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดการรวมกลุ่มในอุตสาหกรรมเดียวกันมากขึ้น

นอกจากนี้ สำนักโลจิสติกส์ ได้เปิดงานวิน-วิน ที่ดำเนินการมาเป็นปีที่ 3 แล้ว เน้นสร้างเครือข่ายความร่วมมือและกระชับความสัมพันธ์โดยดึงให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการต่างๆ ของสำนักโลจิสติกส์ตลอดทั้งปีมาเข้าร่วม ทั้งนี้เพื่อชักชวนให้มีการเข้าร่วมโครงการอื่นๆ ในปีต่อไป และสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ

การสร้างระบบโลจิสติกส์ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย เพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางด้านการขนส่งของภูมิภาค การใช้ระบบไอทีถือเป็นหัวใจสำคัญ และจะมองเพียงความร่วมมือภายในประเทศไม่ได้ เพราะต้องมองออกไปถึงความร่วมมือระหว่างประเทศ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ การโอนถ่ายข้อมูลระหว่างผู้ให้บริการและลูกค้าข้ามประเทศ การสั่งซื้อ การวางบิล การรับส่งสินค้า การส่งผ่านทุกอย่างต้องมีมาตรฐานกลางที่ใช้งานร่วมกันได้ หรือที่รู้จักกันในนามโอเพนแพลตฟอร์ม นั่นคือสิ่งที่ไอทีเข้าไปมีบทบาทอย่างชัดเจน และเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่จะเข้ามาสนับสนุนการใช้งานในวงกว้าง โดยเฉพาะกับผู้ประกอบการระดับเอสเอ็มอี ที่ต้องเร่งเตรียมการให้ทันภายในเวลาอีกไม่ถึง 3 ปีจากนี้

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท