
หาที่นิคมฯพลาสติก
วาง3ตัวเลือกลงทุน2.3พันล. รอเคาะบ้านบึง-บ้านค่าย-ซีพี
วาง3ตัวเลือกลงทุน2.3พันล. รอเคาะบ้านบึง-บ้านค่าย-ซีพี
วางตัวเลือก 3 พื้นที่ ตั้งนิคมฯ พลาสติก คาดลงทุน 2,346 ล้านบาท
แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาห กรรม เปิดเผยว่า คณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (บอร์ด กนอ.) ที่มีนายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาห กรรม เป็นประธาน ได้พิจารณาการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมพลาสติก เพื่อรองรับอุตสาหกรรมพลาสติกที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ซึ่งภายในนิคมฯ จะมีโรงงานอุตสาหกรรมและศูนย์วิจัยชื่อ ไทยแลนด์ พลาสติก อินดัสตรี ดีเวลลอปเมนท์ เซ็นเตอร์ (ทีพีไอดีซี) ทำหน้าที่วิจัยพลาสติกเพื่อต่อยอดการผลิตให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ออกแบบนวัตกรรมใหม่ และทดสอบประสิทธิภาพก่อนขายในประเทศและส่งออก
ผลการพิจารณาเห็นว่าต้องใช้พื้นที่ 1,280 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม 780 ไร่ พื้นที่เพื่อเชิงพาณิชย์ 100 ไร่ และเพื่อจัดทำสาธารณูปโภค อาทิ ระบบไฟฟ้า น้ำ ถนน พื้นที่สีเขียว 430 ไร่ งบประมาณ 2,346 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าที่ดิน 764 ล้านบาท พัฒนาสาธารณูปโภค 1,128 ล้านบาท และค่าก่อสร้างโรงงานสำเร็จรูปเพื่อให้โรงงานพลาสติกขนาดกลางและขนาดเล็กเช่า 450 ล้านบาท
เบื้องต้นมีพื้นที่ศึกษา 3 แห่ง คือ นิคมฯ บ้านบึง จ.ชลบุรี พื้นที่ 1,700 ไร่ นิคมฯ ซีพี จ.ระยอง 3,000 ไร่ และนิคมฯ บ้านค่าย จ.ระยอง 2,000 ไร่ ซึ่งจะคัดเลือกอีกครั้งว่าพื้นที่ใดเหมาะสม
“ผลการศึกษาดังกล่าวมาจากการระดมความเห็นของคณะทำงานที่มาจากบริษัทเอกชนรายใหญ่ 6 ราย คือ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล บริษัท เอสซีจี บริษัท นวพลาสติกอุตสาหกรรม บริษัท ไออาร์พีซี และบริษัท วีนิไทย ร่วมกับสถาบันพลาสติก สถาบันปิโตรเลียมฯ และ กนอ.” แหล่งข่าวเปิดเผย
พร้อมกันนี้ ในการจัดทำแนวทางศึกษา กนอ.ได้หารือกับเอกชน พบว่า พร้อมจะสนับสนุนและลงทุน โดยคณะทำงานได้เสนอว่าพื้นที่นิคมฯ ต้องปลอดภัยจากน้ำท่วม ใกล้ท่าเรือ สะดวกในการขนส่ง และต้องสอบ ถามโรงงานเอสเอ็มอีว่าสนใจด้วยหรือไม่ เพื่อจะได้นำมากำหนดสิทธิประโยชน์จัดตั้งเขตปลอดภาษีอากร เพื่อสะดวกต่อการส่งออกและสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน มีท่อส่งก๊าซธรรมชาติใช้เป็นเชื้อเพลิง
เมื่อนิคมฯ พลาสติกตั้งขึ้นในไทยจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมพลาสติกของประเทศ เพราะจะช่วยยกระดับเทคโนโลยีด้านการผลิต ทำให้โรงงานเอสเอ็มอีประมาณ 100 รายเข้ามาใช้พื้นที่ผลิต เกิดการจ้างงาน 1 หมื่นคน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมพลาสติกเพิ่มอีกปีละ 2 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันไทยเกินดุลการค้าเพราะส่งออกผลิตภัณฑ์และเม็ดพลาสติก 4.5 แสนล้านบาท นำเข้า 3 แสนล้านบาท เป็นอันดับ 2 ของอาเซียน รองจากประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้นำ เพราะมีพลาสติกพาร์คภายในประเทศอยู่แล้ว







